การพูดคุยก่อนผ่าตัดในวันถัดมาเสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว
หานเส้าถิงอธิบายแผนการผ่าตัด เจิ้งฉ่วยเสริมข้อควรระวังในช่วงก่อนและหลังผ่าตัด ส่วนกู้หลินยืนอยู่ข้าง ๆ คอยอธิบายจุดที่ญาติคนไข้ฟังไม่เข้าใจ
เช้าตรู่วันต่อมา ในหอผู้ป่วย
พยาบาลเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกำลังตรวจสอบข้อมูลคนไข้กับพยาบาลเจ้าของไข้ที่อยู่ข้างกัน หลังยืนยันว่าไม่มีปัญหาแล้ว เฉิงอวี่อันก็ถูกอุ้มขึ้นเตียงเคลื่อนย้าย
หลินหว่านย่อตัวลงข้างเตียงเข็น จัดผ้าห่มให้เฉิงอวี่อันเล็กน้อย
เธออยากพูดตั้งหลายอย่าง แต่สุดท้ายก็พูดออกมาเพียงประโยคเดียว
“ไม่ต้องกลัวนะ แม่รออยู่ข้างนอก”
เฉิงฉี่ซานยืนอยู่ข้าง ๆ ลูบศีรษะลูกเบา ๆ
“พ่อก็อยู่ด้วย”
ในห้องผ่าตัด หานเส้าถิงกำลังดูภาพถ่ายก่อนผ่าตัด
เจิ้งฉ่วยยืนอยู่ข้าง ๆ คอยยืนยันค่าต่าง ๆ กับทีมวิสัญญี
“รักษาระดับคาร์บอนไดออกไซด์ให้ดี คุมอุณหภูมิกับน้ำตาลในเลือดด้วย แล้วก็จับตาความดันโลหิตให้อยู่ในช่วงปกติ”
หานเส้าถิงเหลือบมองเจิ้งฉ่วย ก่อนหันไปมองกู้หลิน จู่ ๆ ภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว
เมื่อคืนเขาโทรศัพท์หาหลินหานชวน
หานเส้าถิงทักทายอีกฝ่ายสั้น ๆ ก่อนเข้าประเด็นทันที
“เด็กคนนี้อย่างกู้หลิน ฝีมือทำหัตถการเป็นยังไงบ้าง?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงของหลินหานชวนก็ดังขึ้นพร้อมน้ำเสียงภาคภูมิใจอยู่หลายส่วน
“นายถามถึงผู้ช่วยผ่าตัดคนที่หนึ่ง หรือศัลยแพทย์หลักล่ะ?”
หานเส้าถิงอ้าปากค้าง
“ศัลยแพทย์หลัก?”
เขาไม่คิดเลยว่าหลินหานชวนจะกล้าพูดขนาดนี้
“นายเคยให้เขายืนตำแหน่งศัลยแพทย์หลักแล้วเหรอ?”
หลินหานชวนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนหานเส้าถิงอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองสมองมีปัญหาหรือเปล่า
