ในห้องพักผู้ป่วยเดี่ยวตอนนี้ เฉิงอวี่อันกำลังถือกังหันลมสีฟ้าอันเล็กไว้ในมือ มันหมุนช้า ๆ ทีละรอบ
หลินหว่านกอดเขาไว้ในอ้อมแขน ส่วนเฉิงฉี่ซานถือหนังสือนิทานเล่าเรื่องให้ฟัง
เป็นบรรยากาศอบอุ่นที่หาได้ยาก
กู้หลินไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาที่ห้องทำงาน เจิ้งฉ่วยก็เปิดผลตรวจของเฉิงอวี่อันขึ้นมาแล้ว
บนหน้าจอแสดงภาพตรวจสามชุด ได้แก่ MRA ภาพการไหลเวียนเลือด และ DSA
เจิ้งฉ่วยนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ มือหมุนปากกาเล่น
“มานี่สิ”
กู้หลินเดินเข้าไปหา เจิ้งฉ่วยขยับเก้าอี้ไปด้านข้างเล็กน้อย
“ลองดูหน่อยสิว่าตรงไหนควรแก้บ้าง”
กู้หลินจ้องหน้าจอ ปลายนิ้วค่อย ๆ เลื่อนเมาส์
“ผมว่าควรเอาปัจจัยกระตุ้นการกำเริบขึ้นมาไว้ก่อนครับ”
“อาการอ่อนแรงของแขนขาซีกซ้ายที่เกิดซ้ำหลังจากเครียด ร้องไห้งอแง หรืออ่านออกเสียง แสดงว่าปัจจัยกระตุ้นสัมพันธ์กับอาการ”
เจิ้งฉ่วยพยักหน้า แล้วขยับเก้าอี้ไปด้านข้างอีกนิด
“แล้วมีอะไรอีก?”
กู้หลินเปิดภาพการไหลเวียนเลือดขึ้นมา
“เลือดไปเลี้ยงสมองซีกขวาล่าช้า สอดคล้องกับอาการที่แขนขาซีกซ้ายครับ”
“ผล DSA ยืนยันว่าปลายหลอดเลือดแดงคาโรติดด้านในฝั่งขวาตีบหนักกว่า และมีหลอดเลือดชดเชยก่อตัวขึ้นแล้ว ดังนั้นผ่าตัดฝั่งขวาก่อนน่าจะเหมาะสมกว่า”
เจิ้งฉ่วยใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ ก่อนกลอกตาไปมา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ลองบอกความเสี่ยงในช่วงรอบผ่าตัดมาหน่อย”
เป็นช่วงถามตอบที่คุ้นเคยอีกแล้ว กู้หลินตอบอย่างรวดเร็ว
“ก่อนผ่าตัดต้องระวังไม่ให้ขาดน้ำ ความดันต่ำ หรือหายใจเร็วเกินไปครับ”
“ระหว่างผ่าตัดต้องควบคุมความดันกับระดับคาร์บอนไดออกไซด์”
“หลังผ่าตัดต้องจับตาดูสองเรื่องครับ”
“ภาวะขาดเลือดรุนแรงขึ้นหรือเปล่า และมีภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไปหรือไม่”
พอกู้หลินตอบจบ เจิ้งฉ่วยก็หยุดเคาะโต๊ะทันที
“เดี๋ยวนะ ตอบเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? หมอนี่ไม่ต้องคิดบ้างหรือไง?”
“เร็วก็ว่าไปอย่าง ดันตอบถูกหมดอีก แถมยังนึกถึงภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองมากเกินไปด้วย”
