มือที่ถือกรรไกรของกู้หลินชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้มหน้าค่อย ๆ ตัดไหม ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“เมื่อก่อนเคยดูวิดีโอผ่าตัดอุบัติเหตุในต่างประเทศ แล้วก็ลองกับหุ่นจำลองมาบ้าง”
ซ่งเจ๋อ: “……”
นี่เรียกว่าลองมาแล้วเหรอ?!
เมื่อกี้นายเพิ่งแย่งคนจากยมบาล แถมยังแย่งชนะอีกต่างหาก!
ในห้องผ่าตัดเงียบจนเหลือเพียงเสียงติ๊ด ๆ จากเครื่องติดตามสัญญาณชีพ
หมอดมยาสลบยังคงจ้องเครื่องติดตามสัญญาณชีพ แต่ในที่สุดก็นั่งลงบนเก้าอี้ได้เสียที
จนถึงตอนนี้ ทุกคนก็ยังตั้งสติจากการช่วยชีวิตที่เฉียดเส้นตายเมื่อครู่ไม่ค่อยได้
ซ่งเจ๋อก้มมองบริเวณผ่าตัด เข็มเย็บสองสามเข็มตรงช่องว่างหลังตับอ่อนยังอยู่ตรงนั้น
สะอาด แม่นยำ แทบไม่มีรอยบาดเจ็บส่วนเกินให้เห็น
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่ามันช่างเหลือเชื่อ กู้หลินดูไม่เหมือนเพิ่งทำเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก
กลับเหมือนว่าเคยทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
อีกด้านหนึ่ง หมอดมยาสลบเช็ดเหงื่อ
“ความดันคงที่แล้ว พ้นขีดอันตรายชั่วคราว”
“เมื่อกี้ผมนึกว่าคนไข้จะไม่รอดแล้วจริง ๆ…”
“ก่อนหน้านี้ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ก็ต้องส่งเข้าห้องไอซียู ใช้เครื่องช่วยหายใจประคองสัญญาณชีพตลอด”
“วันนี้นี่มัน…”
พูดจบ เขาก็ยกนิ้วโป้งให้กู้หลิน
กู้หลินไม่ได้หยุดมือ เขาก้มตรวจบริเวณผ่าตัดอีกครั้ง การเคลื่อนไหวยังคงรวดเร็ว
“อาจารย์ครับ ตรงนี้ยังมีเนื้อตาย ต้องเลาะออก”
หลินหานชวนมองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้ขยับ
“นายทำ”
ซ่งเจ๋อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขยับปากเหมือนจะพูด แต่ก็เงียบไป
ไม่ใช่แค่ให้ช่วย แต่ให้นายกู้หลินจัดการเองโดยตรง
นี่มันการปฏิบัติแบบไหนกัน? อาจารย์ไม่เคยไว้ใจเขาขนาดนี้มาก่อน
กู้หลินเอื้อมมือรับเครื่องมือ
แสงจากโคมผ่าตัดส่องลงมา เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างของเขาชัดเจน ความสุขุมของเขาช่างผิดธรรมดา
