ใต้กลุ่มหลอดเลือดผิดปกตินั้นยังมีลิ่มเลือดเก่ากดทับอยู่อีกก้อนหนึ่ง กู้หลินเพิ่งจัดการขอบด้านบนไปได้ ปลายด้านล่างก็ถูกดึงจนเกิดมุมที่ผิดธรรมชาติ
แพทย์สรีรวิทยาไฟฟ้านั่งไม่ติด รีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ
“คลื่นการเคลื่อนไหวของแขนขวาลดลงประมาณ 30% แล้ว เส้นประสาทที่เกี่ยวกับการกลืนและการออกเสียงก็ถูกกระตุ้นด้วย”
วิสัญญีแพทย์ไม่ได้ขยับ เขามองจอเฝ้าระวังอยู่
“ความดันยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ค่าออกซิเจนในเลือด 99% พารามิเตอร์การหายใจก็ปกติดี”
เครื่องดูดของหานเส้าถิงหยุดอยู่ด้านนอก เขาไม่กล้าขยับ
“ฉันไม่ได้แตะเส้นประสาทด้านนอก”
เจิ้งฉ่วยกวาดตามองรอบหนึ่ง
“บริเวณตื้น ๆ ก็มองเห็นชัดดี”
กู้หลินไม่พูดอะไร หานเส้าถิงมองบริเวณผ่าตัด คิ้วขมวดเข้าหากัน
“ตอนนี้ส่วนไหนกำลังดึงรอยโรคอยู่?”
กู้หลินมองลิ่มเลือดเก่าใต้รอยโรค ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ใต้รอยโรคยังมีลิ่มเลือดเก่าที่ยังเอาออกไม่หมด ถ้าจัดการด้านบนต่อ แรงจะส่งไปถึงก้านสมอง”
หานเส้าถิงหรี่ตาครุ่นคิด
“ควรแก้ยังไง?”
กู้หลินมองบริเวณผ่าตัด ความรู้ในหัวแล่นประมวลผลอย่างรวดเร็ว
“อย่าเพิ่งแตะหลอดเลือดผิดปกติที่เผยออกมาแล้ว”
“เข้าไปจากช่องที่ลิ่มเลือดเก่าด้านล่างดันเปิดไว้ แล้วเอาลิ่มเลือดเก่าที่อยู่ลึกที่สุดออกมาก่อน”
“พอด้านล่างคลายตัวแล้ว ค่อยกลับมาจัดการกลุ่มหลอดเลือดผิดปกตินี้”
หานเส้าถิงไม่พูดอะไร เพียงเลื่อนเครื่องดูดออกไปด้านข้าง เปิดมุมให้กู้หลินทำงาน
ทุกคนเข้าใจดีว่านี่หมายความว่าอย่างไร
หัวหน้าหานเชื่อใจกู้หลินจนถึงขั้นทำตามที่เขาพูดทุกอย่าง
เจิ้งฉ่วยรีบส่งแผ่นสำลีผ่าตัดให้ถึงมือกู้หลิน
