ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ยขึ้น สีหน้าของคนหลายคนในห้องทำงานก็เปลี่ยนไป
เดิมทีเจิ้งชิงหย่วนพอจะเดาได้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการแข่งขันวันนี้ แต่พอได้ยินฉินเจิ้งหงเอ่ยชื่อกู้หลินออกมาด้วยตัวเองจริง ๆ เขาก็รู้สึกราวกับมีบางอย่างกระแทกเข้าที่อกอย่างแรง
“กู้หลินเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกอบรมที่ยอดเยี่ยมมากคนหนึ่งของโรงพยาบาลเราในปีนี้”
ฉินเจิ้งหงไม่อ้อมค้อม
“ตอนนี้พวกคุณวางแผนอะไรไว้ให้เด็กคนนี้บ้าง?”
คำถามตรงไปตรงมา ไม่มีเกริ่นนำ ทำเอาเจิ้งชิงหย่วนตั้งตัวไม่ทัน
เขาถือหูโทรศัพท์ พลางทบทวนผลงานทั้งหมดของกู้หลินในช่วงที่ผ่านมาอย่างรวดเร็ว
ห้องฉุกเฉิน ศัลยกรรมทางเดินอาหาร เคสซับซ้อน การรายงานผลภายในโรงพยาบาล และการคว้าอันดับหนึ่งในการแข่งขันระดับมณฑล ทุกอย่างล้วนมากพอให้โรงพยาบาลให้ความสำคัญ
แต่การที่ฉินเจิ้งหงโทรมาถามด้วยตัวเองนั้นมีความหมายต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
“ตอนนี้เขายังอยู่ระหว่างหมุนเวียนฝึกอบรม โดยมีหัวหน้าแผนกศัลยกรรมทางเดินอาหารเป็นอาจารย์ โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขามาโดยตลอด”
ฉินเจิ้งหงหยุดไปหนึ่งวินาที ก่อนถามต่อ
“แล้วแผนที่เป็นรูปธรรมล่ะ?”
เจิ้งชิงหย่วนไตร่ตรองก่อนตอบ
“ในช่วงฝึกอบรมที่เหลือ โรงพยาบาลจะเปิดโอกาสให้เขามีส่วนร่วมทางคลินิกมากขึ้น พร้อมลดงานที่ไม่จำเป็นลง ส่วนแนวทางพัฒนาเฉพาะทางก็จะนำมาพิจารณาต่อไป”
ฉินเจิ้งหงขานรับเบา ๆ ว่า “อืม”
“อย่าพูดแค่หลักการ ผมถามว่าพวกคุณคิดจะผลักดันเขาไปสู่เวทีที่ใหญ่กว่านี้หรือเปล่า”
