หลังหยอกล้อกันจบ ซ่งเจ๋อก็ลากเก้าอี้มานั่งข้างกู้หลิน สีหน้าสบาย ๆ ลดลงไปหลายส่วน
“พูดเรื่องจริงจังกันดีกว่า”
“รายงานเคสนี้จะเล่าแบบเคสทั่วไปไม่ได้”
เขาหยิบปากกาขึ้นมา เขียนคำสำคัญสองสามคำลงบนกระดาษ
“รายงานเคสทั่วไปก็มีประวัติผู้ป่วย ผลตรวจ การวินิจฉัย การรักษา แล้วก็ผลการรักษา”
“แต่เคสของโจวหมิงหย่วนไม่เหมือนกัน”
“นายจะเริ่มเล่าสิ่งที่ตัวเองค้นพบเลยไม่ได้ ต้องพาทุกคนเข้าใจแนวคิดของนายก่อน”
กู้หลินมองตัวอักษรสองสามบรรทัดที่เขาเขียนไว้
ปกติซ่งเจ๋อจะพูดมากไปหน่อย แต่พอเป็นเรื่องจริงจัง ความคิดกลับเป็นระบบไม่มีสับสน
“เริ่มจากอธิบายว่าพยาธิสภาพรุนแรงแค่ไหน”
ซ่งเจ๋อใช้ปลายปากกาจิ้มลงบนกระดาษ
“เซลล์มะเร็งแยกตัวต่ำ ลุกลามถึงชั้นซีโรซา มีลิ่มเซลล์มะเร็งในหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลือง ลุกลามเข้าประสาท แล้วก็แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง”
“พอเอาข้อมูลพวกนี้วางออกมา ทุกคนต้องคิดเป็นอย่างแรกว่าเป็นเคสความเสี่ยงสูง”
กู้หลินรับคำ
“จากนั้นค่อยพูดถึงการฟื้นตัวหลังผ่าตัดที่ไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงทางพยาธิวิทยา?”
ซ่งเจ๋อพยักหน้า
“ใช่ นี่แหละประเด็นที่นายจะใช้เปิดเรื่อง นายไม่ได้คิดสร้างสรรค์เพียงเพื่อให้ดูแปลกใหม่”
“แต่เพราะผู้ป่วยรายนี้มีจุดที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมายปกติ นายถึงได้ตรวจต่อจากความผิดปกตินั้น”
นิ้วของกู้หลินหยุดอยู่บนแป้นพิมพ์ ประโยคนี้สำคัญมาก
แพทย์ไม่ควรฝืนจับผู้ป่วยใส่แนวทางรักษาพิเศษ เพียงเพื่อให้ตัวเองดูแตกต่างจากคนอื่น
การวินิจฉัยทางคลินิกที่เชื่อถือได้จริง ต้องตั้งต้นจากตัวผู้ป่วย
