พอคำว่า “อาจารย์ถัง” หลุดจากปาก เขาเองยังรู้สึกแปลกใหม่อยู่บ้าง เมื่อก่อนตอนถังเยว่ส่งเคสให้ เขาเรียกกู้หลินว่าอาจารย์ไม่รู้กี่ครั้งต่อวัน แต่ตอนนี้ตำแหน่งของทั้งคู่กลับตาลปัตรกันอย่างสิ้นเชิง
รู้สึกตื่นเต้นนิด ๆ แถมยังสนุกดีด้วย...
ถังเยว่พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ
“ข้อมูลเคสมีเยอะ ช่วงอภิปรายตอนบ่ายคงดำเนินไปเร็ว ตามผู้อำนวยการหลี่ไว้ มีข้อสงสัยก็จดเอาไว้ แล้วค่อยถามตอนอภิปรายกลุ่มย่อย”
“ได้ครับ ขอบคุณอาจารย์ถัง”
ถังเยว่ใช้บัตรผ่านประตูรักษาความปลอดภัยภายในให้ทุกคน ก่อนพาพวกเขาขึ้นไปยังอาคารตรวจปรึกษา
“ห้องตรวจปรึกษาอยู่ชั้น 6 ประวัติผู้ป่วยฉบับสมบูรณ์ส่งไปแล้ว ทางโรงพยาบาลเป่ยเสียจะรับหน้าที่สรุปประวัติผู้ป่วย ส่วนภาพถ่ายทางการแพทย์กับผลพยาธิวิทยาจะเปิดให้ดูพร้อมกันในที่ประชุม”
เขาพูดกระชับ ระหว่างทางยังรับโทรศัพท์จากหอผู้ป่วยสองสาย ทุกครั้งเขาจะทวนความดันโลหิต ระดับความรู้สึกตัว และขนาดยาอีกครั้ง หลังวางสายก็จดบันทึกความเปลี่ยนแปลงลงบนกระดานบันทึกที่พกติดตัว
กู้หลินเดินตามหลัง มองกระดานบันทึกแผ่นนั้นแล้วอดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้
ถังเยว่ติดนิสัยนี้มาตั้งแต่ตอนเรียนปริญญาเอก ยิ่งอาการผู้ป่วยยุ่งเหยิงเท่าไร เขาก็ยิ่งจดละเอียด แม้อุณหภูมิร่างกายจะสูงขึ้นแค่ครึ่งองศาก็ยังระบุเวลาไว้ด้วย
ต่อมากู้หลินสอนให้เขาแยกแยะความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจริง ๆ ถังเยว่จึงแบ่งกระดานบันทึกออกเป็นหลายส่วน แยกสัญญาณชีพ ยา ผลตรวจ และการรักษาไว้คนละช่อง
ผ่านมาหลายปี รูปแบบแทบไม่เปลี่ยน แต่ลายมือกลับเป็นระเบียบกว่าเมื่อก่อนมาก
