เจิ้งฉ่วยวางเวชระเบียนในมือลงบนโต๊ะ
“ระดับความรู้สึกตัวเป็นยังไงบ้าง?”
“ทางห้องฉุกเฉินบอกว่าตอนมาถึงยังร้องเจ็บได้ แต่ตอนนี้ตอบสนองช้าลงแล้ว”
“รูม่านตาล่ะ?”
“ข้างขวาใหญ่กว่าข้างซ้าย ปฏิกิริยาต่อแสงลดลง”
เจิ้งฉ่วยไม่ถามอะไรต่อ
“ไป”
ตอนเดินผ่านประตู เขาเหลือบมองกู้หลิน
“ตามมา”
พอไปถึงห้องฉุกเฉิน พยาบาลก็รออยู่หน้าห้องกู้ชีพแล้ว
“ผอ.เจิ้ง ทางนี้ค่ะ”
ในห้องกู้ชีพ โจวเหวินหย่วนยืนอยู่ข้างเตียง ก้มดูเครื่องติดตามสัญญาณชีพ ส่วนเฉินมู่กำลังช่วยพยาบาลจัดสายต่าง ๆ อยู่อีกฝั่ง
เมื่อเห็นทีมศัลยกรรมประสาทเข้ามา โจวเหวินหย่วนก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นกู้หลินที่ตามหลังเจิ้งฉ่วยมา เขาก็แปลกใจเล็กน้อย
“ผอ.เจิ้ง”
เจิ้งฉ่วยพยักหน้า
“ฟิล์มอยู่ไหน? ขอฉันดูก่อน”
โจวเหวินหย่วนส่งฟิล์มซีทีให้ แล้วรีบเล่าอาการของคนไข้คร่าว ๆ
“ผู้ชาย อายุ 35 ปี บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ ตอนนำส่งเคยรู้สึกตัวขึ้นมาครั้งหนึ่ง หลังถึงห้องฉุกเฉินก็ตอบสนองช้าลงเรื่อย ๆ ตอนนี้รูม่านตาข้างขวาใหญ่ ปฏิกิริยาต่อแสงแย่มาก”
เจิ้งฉ่วยรับฟิล์มมาแล้วเดินไปที่เครื่องอ่านฟิล์ม พอแขวนฟิล์มขึ้น เงาความหนาแน่นสูงบริเวณขมับก็เห็นได้ชัดเจน
ขอบเขตชัด รูปร่างออกไปทางกระสวย มีการกดเบียดเนื้อสมองแล้ว แนวกึ่งกลางก็เบี่ยงไปด้วย
เจิ้งฉ่วยดูอยู่ไม่กี่วินาทีก็สรุป
“เลือดคั่งเหนือเยื่อดูรา”
โจวเหวินหย่วนพยักหน้า
“ทางห้องฉุกเฉินก็วินิจฉัยแบบนี้ครับ”
เจิ้งฉ่วยเดินไปข้างเตียงคนไข้ ผ้าพันแผลบริเวณศีรษะยังมีเลือดซึม ลมหายใจถี่มาก ปฏิกิริยาตอนเรียกถามอาการเจ็บก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ตัวเลขบนเครื่องติดตามสัญญาณชีพยังไม่แย่นัก แต่การเปลี่ยนแปลงของรูม่านตาเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว
