หลัวจิ่งเหอยืนอยู่ข้าง ๆ ตั้งใจฟังเหอสวี่กับหลี่เหวินโจวคุยโทรศัพท์
ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินประโยคแทงใจดำแบบนี้เข้าเต็ม ๆ
เขาทั้งเศร้าใจและดีใจปะปนกัน
เศร้าใจที่หัวหน้าเชื่อใจเขาน้อยขนาดนี้
ดีใจที่คืนนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่มาโรงพยาบาล แถมยังได้เข้าพร้อมกับกู้หลินด้วย
ตอนญาติคนไข้ถูกเรียกเข้าไปในห้องพูดคุย ใบหน้าก็ซีดเผือด เห็นได้ชัดว่าตกใจไม่น้อย
เหอสวี่ไม่เสียเวลา พูดเข้าเรื่องตรง ๆ
“หลังผ่าตัดมีเลือดคั่งในเยื่อหุ้มหัวใจ ตอนนี้เริ่มกระทบต่อการคลายตัวและการไหลเวียนของหัวใจแล้ว”
“ความดันต่ำกว่าค่าปกติ ต้องเข้าห้องผ่าตัดทันทีเพื่อเอาเลือดที่คั่งออก แล้วหาจุดที่เลือดออกให้เจอ”
มือของญาติคนไข้สั่นอย่างหนัก
“จะเป็นอันตรายถึงชีวิตไหมคะ?”
“มีโอกาส เพราะงั้นตอนนี้ต้องรีบแล้ว”
เหอสวี่ยื่นหนังสือยินยอมผ่าตัดให้เธอ ญาติคนไข้ตาแดงก่ำ ปลายปากกาสั่นอยู่เหนือกระดาษหลายครั้งกว่าจะเซ็นชื่อเสร็จ
ตอนคนไข้ถูกเข็นออกจากห้องพัก เจียงหลีช่วยยึดเครื่องติดตามสัญญาณชีพระหว่างเคลื่อนย้ายให้แน่น แล้วตรวจสายต่าง ๆ ซ้ำอีกรอบ
พอมาถึงหน้าลิฟต์ เธอก็ยื่นใบส่งเวรให้หลัวจิ่งเหอ
“ฉันยังต้องอยู่เวร ทางหอผู้ป่วยปลีกตัวไปไม่ได้”
เธอมองกู้หลินกับเหอสวี่ แล้วมองสวี่จื้อหย่วนกับหลัวจิ่งเหอ
“สู้ ๆ นะ”
หลัวจิ่งเหอตอบเสียงเบา
“ไม่ต้องห่วง”
เจียงหลีมองใบหน้าที่ทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่าของเขา ก่อนยกมือกุมขมับอย่างจนใจ
“ที่ฉันห่วงจริง ๆ คือคุณหมอเหอกับอาจารย์กู้ต่างหาก”
หลัวจิ่งเหอ: “……”
ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เหอสวี่กำชับขึ้นมาประโยคหนึ่ง
