ซ่งเจ๋อถือเอกสารเดินเข้ามาในห้องทำงาน
“อาจารย์ครับ ผลตรวจรายการสุดท้ายออกแล้ว”
หลินหานชวนรับรายงานมา ก้มหน้าเปิดอ่าน
กู้หลินกวาดตามองตามไปด้วย เขาไล่ดูข้อมูลหลายหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนสายตาจะสะดุดกับตัวเลขในช่องหนึ่ง ทำให้ชะงักไปครึ่งวินาที
ซ่งเจ๋อยังไม่มีโอกาสได้ดู เขายืนอยู่ข้าง ๆ มองสีหน้าของทั้งคู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ
“ผลเป็นยังไงบ้าง?”
กู้หลินยังไม่รีบตอบ เขาเปิดผลตรวจครั้งก่อน ๆ ขึ้นมาเทียบ แล้วไล่ดูอีกรอบ
ไม่กี่นาทีต่อมา หลินหานชวนก็ปิดรายงานลงอีกครั้ง
“ใกล้เคียงกับที่คาดไว้”
ซ่งเจ๋อชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“แบบนี้ถือว่าได้ผลเหรอครับ?”
กู้หลินชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
“อืม โจวหมิงหย่วนมีโอกาสตอบสนองต่อการรักษาแบบผสมผสานครั้งต่อไปสูงกว่าผู้ป่วยทั่วไป”
แพทย์ประจำบ้านที่อยู่ข้าง ๆ อ้าปากเล็กน้อย น้ำเสียงยังเจือความลังเลและไม่แน่ใจ
“หมายความว่า...แนวทางนี้ทำต่อได้จริง ๆ เหรอครับ?”
“ทำต่อได้ แต่ความเสี่ยงก็ยังมี”
“โอกาสเกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน ไข้ หรือผลข้างเคียงอื่น ๆ หลังจากนี้ก็จะสูงขึ้นด้วย”
หลินหานชวนส่งเอกสารคืนให้
“แจ้งแผนกมะเร็งวิทยา พรุ่งนี้มาวางแผนการรักษากันใหม่”
“ครับ”
ซ่งเจ๋อถือเอกสารเดินออกไป แพทย์หลายคนมองหน้ากัน แม้ไม่มีใครพูดอะไร แต่สีหน้าก็เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด
เพราะทุกคนรู้ดีว่า ถ้าการรักษาครั้งต่อไปได้ผลจริง ๆ
เคสของโจวหมิงหย่วนก็มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในเคสที่พิเศษที่สุดของแผนกศัลยกรรมทางเดินอาหารในปีนี้
เช้าวันถัดมา การปรึกษาร่วมกับแผนกมะเร็งวิทยาเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ การหารือเรื่องแผนการรักษาใช้เวลานานกว่าที่คิด
