เนื้อแพะชิ้นใหญ่ถูกแบ่งกันกินสองคน แม้ฝีมือทำอาหารของลู่เฉินจะไม่ได้เรื่อง แม้จะไม่มีเครื่องปรุงสักอย่าง เนื้อแพะย่างก็ไม่ได้เพิ่มค่าสถานะใด ๆ แต่ลู่เฉินก็ยังรู้สึกว่านี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
ฝานจิ่งก็คิดเหมือนกัน เมื่อครู่ทั้งสองแทบจะแบ่งเนื้อแพะกันคนละครึ่ง ฝานจิ่งกินไม่น้อยเลย
สุดท้ายลู่เฉินก็อุ่นมันเทศเผาสองหัว แล้วแบ่งกันกินจนหมดเป็นอันเรียบร้อย อย่างไรเสีย ตอนกลางคืนกลับไปที่โรงเตี๊ยมก็ยังมีโจ๊กขาวให้กินอีกชาม หากไม่กินมันเทศสองหัวนี้ก็คงเสียของเปล่า
ทั้งสองกินไปคุยกันไปอยู่สองสามคำ พอกินเสร็จก็สนิทสนมกันขึ้น ลู่เฉินจึงเอ่ยชวนฝานจิ่งเข้าปาร์ตี้ล่ามอนสเตอร์อย่างเปิดเผย
“ได้สิ ฉันก็อยู่คนเดียวเหมือนกัน พรสวรรค์ไม่ดี ล่ามอนสเตอร์คนเดียวช้ามาก”
ฝานจิ่ง นักเวทธาตุ ก็หาปาร์ตี้ได้ยากไม่ต่างจากลู่เฉิน นักเวทธาตุเลเวลต่ำสร้างความเสียหายได้น้อย แต่ใช้มานาเยอะ แถมต้องนั่งฟื้นมานาอยู่บ่อย ๆ ทำให้ประสิทธิภาพของปาร์ตี้ลดลงมาก
ถ้าพรสวรรค์แย่กว่านี้อีกหน่อย คงไม่มีปาร์ตี้ไหนยอมรับเข้าร่วม ฝานจิ่งจึงทำได้แค่ล่ามอนสเตอร์เก็บเลเวลคนเดียว
แต่ถ้าลู่เฉินกับฝานจิ่งเข้าปาร์ตี้กันก็นับว่าดีทีเดียว ลู่เฉินเป็นอาชีพนักรบ ส่วนฝานจิ่งเป็นอาชีพนักเวท ลู่เฉินรับมือมอนสเตอร์อยู่แนวหน้า ส่วนฝานจิ่งโจมตีจากด้านหลัง นอกจากนี้การล่ามอนสเตอร์เป็นปาร์ตี้ยังได้โบนัสค่าประสบการณ์ด้วย สองคนได้โบนัส 20% และถ้าเป็นปาร์ตี้ห้าคนก็จะได้โบนัสค่าประสบการณ์ 50%
