“บ่ายนี้เราเก็บเหรียญทองแดงได้ทั้งหมด 30 เหรียญ แล้วยังมียาอีกสิบกว่าขวด”
ลู่เฉินวางของที่เก็บได้ตอนบ่ายลงบนพื้นที่ว่าง นี่เป็นของที่ทั้งคู่ช่วยกันหา จึงต้องแบ่งกันคนละครึ่ง
“เหรียญทองแดงคนละ 15 เหรียญ ส่วนยา... ฉันยังใช้สกิลกดใช้เองไม่เป็น ขอเอายาแดงนะ ส่วนนายเอายาน้ำเงิน ตกลงไหม?”
ในบรรดายาสิบกว่าขวด มียาน้ำเงินมากกว่ายาแดงอยู่ 2 ขวด แต่ลู่เฉินไม่คิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนี้
“ได้สิ”
ฝานจิ่งไม่มีความเห็นอะไร ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าตอนลุยตีมอนสเตอร์คนเดียวหลายเท่า แถมลู่เฉินยังใจกว้าง เธอจึงพอใจมาก
“งั้นวันนี้เอาแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ถ้าไม่มีธุระ เราไปเจอกันที่ประตูเมืองนะ”
ลู่เฉินเก็บส่วนแบ่งของตัวเอง แล้วเตรียมกลับโรงเตี๊ยมทันที ตอนนี้ท้องของเขาเริ่มหิวแล้ว
“เอ่อ... ลู่เฉิน”
ฝานจิ่งเม้มริมฝีปาก เอ่ยอย่างลังเลว่า
“นายพักอยู่ที่ไหนเหรอ”
“โรงเตี๊ยมไง เธอไม่ได้พักโรงเตี๊ยมเหรอ?”
ลู่เฉินหันกลับมาถาม แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าฝานจิ่งมีแค่อุปกรณ์เริ่มต้น เธอคงไม่มีเงินพอพักโรงเตี๊ยมสินะ?
ที่จริงก็เป็นอย่างนั้น พรสวรรค์ของฝานจิ่งไม่ดีนัก เมื่อวานเธอขายยาที่หาได้ทั้งหมด ถึงจะมีเงินพักโรงเตี๊ยมได้หนึ่งคืน วันนี้แม้จะได้ของไม่น้อยจากการเข้าปาร์ตี้กับลู่เฉิน แต่เหรียญทองแดง 15 เหรียญก็เห็นชัดว่าไม่พอจ่ายค่าที่พักหนึ่งคืน
ฝานจิ่งไม่มีที่ไป ทั้งยังไม่มีที่กินข้าว
“เอ่อ...”
ลู่เฉินนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขายังมีเหรียญทองแดง 24 เหรียญที่หาได้เมื่อตอนเช้า เงินแค่นี้พอใช้สำหรับตัวเองอยู่แล้ว ให้ฝานจิ่งยืมสักสองสามเหรียญก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็เป็นเพื่อนร่วมทีม จะปล่อยให้เธอนอนข้างถนนก็คงไม่ดี
