“เขาชื่อลู่เฉิน เป็นยอดยุทธ์กระบี่เลเวล 3”
ฝานจิ่งชี้ไปทางลู่เฉินพลางแนะนำ ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ชื่อ อาชีพ และเลเวลของผู้ตื่นพลังต่างก็มองเห็นได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงต้องแนะนำกันไปมาแบบนี้
ไม่สิ...
จู่ ๆ ลู่เฉินก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เมื่อนึกถึงเนตรหยั่งรู้ของตัวเองที่มองเห็นของดรอปจากมอนสเตอร์ เป็นไปได้ไหมว่า...
มีแค่เขาคนเดียวที่มองเห็นข้อมูลของผู้ตื่นพลังคนอื่น!
ลู่เฉินเพิ่งเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ สองวันมานี้เขาออกไปล่ามอนสเตอร์กับฝานจิ่งเท่านั้น ทั้งคู่ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ ลู่เฉินเลยคิดว่าทุกคนมองเห็นข้อมูลได้เหมือนกัน!
“สวัสดี”
ตอนนั้นเอง จงเสวี่ยเดินมาหยุดตรงหน้าลู่เฉิน แล้วยื่นมือออกมา
“สวัสดี”
ลู่เฉินยื่นมือไปแตะมือจงเสวี่ยเบา ๆ แล้วรีบปล่อยทันที
ผู้หญิงคนนี้เห็นได้ชัดว่าอยู่คนละโลกกับเขาและเสี่ยวจิ่ง ไม่จำเป็นต้องไปข้องเกี่ยวด้วยมากนัก
เป็นอย่างที่ลู่เฉินคิด จงเสวี่ยแค่ทักทายทั้งสองคนพอให้รู้จักกันเท่านั้น ไม่ได้อยู่ต่อหรือพูดเรื่องเพิ่มเพื่อน เธอพยักหน้าให้ฝานจิ่งแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว
“ลู่เฉิน เธอสวยมากเลย!”
หลังจงเสวี่ยเดินจากไป ฝานจิ่งก็เอ่ยชมลู่เฉินอย่างตื่นเต้น แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่ฝานจิ่งก็ยังรู้สึกว่าจงเสวี่ยสวยมาก
สวยเหรอ?
ลู่เฉินไม่ได้สังเกตจริง ๆ มัวแต่มองเสื้อผ้ากับคทาเวทของจงเสวี่ยอยู่ อีกอย่าง ฝานจิ่งเองก็สวยไม่แพ้กัน แค่ขาดอุปกรณ์ดี ๆ เท่านั้น
แต่ไม่เป็นไร ขอแค่มีเนตรหยั่งรู้อยู่ ก็ไม่มีปัญหาที่จะหาอุปกรณ์ระดับเริ่มต้นได้ ถ้าโชคดี อุปกรณ์ระดับทองแดงก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
