เฉินเหลียงหยวนรู้สึกประหลาดใจอยู่ในใจ พลันหรี่ตาลง
แต่ไม่นานก็ยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ช่างเถิด เมื่อใดองค์รัชทายาทมีเวลาว่าง วันหน้าข้าค่อยมาเยี่ยมเขาอีกก็แล้วกัน” กล่าวจบก็หมุนกายจากไป
ทว่าในใจกลับรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
องค์รัชทายาทในยามนี้ถึงกับไม่รังเกียจฉู่เสียนแล้วจริง ๆ
ผลก็คือวันนั้นองค์รัชทายาทอยู่เป็นเพื่อนฉู่เสียนที่เรือนของนางเกือบครึ่งวัน กว่าจะกลับไปจัดการธุระของตน
รุ่งเช้าวันถัดมา พอผ่านกลางเดือนเจ็ดไปได้ไม่นาน
ฉู่เสียนก็ครบกำหนดอยู่ไฟอย่างเป็นทางการ
เช้าวันนั้นฉู่เสียนให้บ่าวตักน้ำร้อนมาอาบอย่างสบายใจ
ขัดถูไปทั่วร่างตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
แทบอยากจะขัดผิวหนังของตนให้หลุดออกไปสักชั้น
เพราะช่วงอยู่ไฟไม่อาจอาบน้ำได้
คราก่อนองค์รัชทายาทบังเอิญเห็นนางลอบเช็ดตัวและสระผม ก็สั่งให้หมอหลวงคุมเข้มยิ่งกว่าเดิม
ถึงกับจำกัดการใช้น้ำของนางในช่วงนี้
ทั้งยังเป็นฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว
แทบจะเหม็นอับอยู่แล้ว
ดังนั้นอาบน้ำครานี้นางจึงใช้เวลาเกือบสองชั่วยามกว่าจะเสร็จ
นางถอนหายใจยาวอย่างสบายอกสบายใจ
พอออกมา ก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วกลิ้งไปมาคราหนึ่ง “เฮ้อ อาบสะอาดแล้วช่างสบายจริง ๆ”
บ่าวหลายคนเห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหน้า
วันต่อมา ซึ่งก็คือวันที่สิบหกเดือนเจ็ด เป็นวันที่สองหลังฉู่เสียนพ้นกำหนดอยู่ไฟ และเป็นวันพิธีครบเดือนของเด็กน้อย
……
องค์รัชทายาทจัดพิธีครบเดือนให้โอรสอย่างยิ่งใหญ่ เชิญแขกมาไม่น้อย
ทั้งยังควักเงินส่วนพระองค์มาจัดงาน ลงแรงใส่ใจไม่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นจวนโหว จวนกั๋วกง ฮูหยินของเสนาบดีทั้งหกกรม และคนอื่น ๆ องค์รัชทายาทล้วนส่งคนไปเชิญ
