จึงขับผิวพรรณให้ดูผ่องใส
เหล่าบ่าวไพร่หลายคนยังอดเอ่ยชมมิได้ตั้งแต่ยามเช้า “งดงามเหลือเกิน วันนี้เหนียงเหนียงงดงามยิ่งนัก”
ก่อนหน้านี้ฉู่เสียนแต่งกายเรียบง่ายมาโดยตลอด ทั้งยังตั้งใจไม่ให้เป็นที่สะดุดตา ทว่าสีของกระโปรงตัวนี้ขับให้ริมฝีปากแดงฟันขาว ใบหน้าผุดผ่องเปล่งปลั่ง
ยิ่งดึงดูดสายตาผู้คน
ภายในลานพลันเงียบงันลง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฉู่เสียนทำให้ทุกคนตะลึง หรือด้วยเหตุใด
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฮูหยินขุนนางผู้หนึ่งจึงยิ้มพลางก้าวเข้าไปคำนับฉู่เสียน “อุ๊ย นี่คือพระราชนัดดาน้อยหรือเพคะ? เหนียงเหนียงจะให้หม่อมฉันชมสักหน่อยได้หรือไม่?”
ฉู่เสียนยิ้ม “ย่อมได้” กล่าวจบก็อุ้มเด็กน้อยส่งไปให้อย่างไม่ขัดเขิน
ทารกน้อยเพิ่งมีอายุครบหนึ่งเดือนพอดี สีแดงระเรื่อบนผิวจางหายไปแล้ว ผิวพรรณขาวนวลและเนียนละเอียด
ดวงตาก็มิได้ดูเล็กเหมือนก่อน หางตายกขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดำกลมโต แฝงเค้าดวงตาหงส์ขององค์รัชทายาทอยู่รางๆ
ฮูหยินผู้นั้นพลันประหลาดใจ “อุ๊ย พระราชนัดดาน้อยช่างงดงามนัก หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูจริงๆ”
เหล่าฮูหยินที่อยู่รอบข้างซึ่งแต่เดิมมิได้เอ่ยปาก ต่างได้สติขึ้นมาในที่สุด
เมื่อนึกได้ว่าวันนี้พวกนางมาที่นี่ด้วยเหตุใด
จึงรีบยิ้มพลางเดินเข้าไปชมเด็กน้อย
“ฉู่เฟิ่งอี๋เหนียงเหนียงให้กำเนิดเด็กน้อยผิวขาวน่ารักน่าเอ็นดูเช่นนี้ ช่างน่าชื่นใจจริงๆ”
“เด็กคนนี้ผิวขาวเหลือเกิน ผิวพรรณก็ดีด้วย”
“ใช่แล้ว คิ้วตายังคล้ายองค์รัชทายาทอยู่บ้าง”
ทารกน้อยไม่รู้ว่าฟังคำชมรู้เรื่องหรืออย่างไร จู่ๆ ก็ส่งเสียง “อา อา” แล้วพ่นฟองน้ำลายออกมา
