ฉู่เสียนรู้สึกว่าริมฝีปากถูกขบเม้มทีละน้อย ลมหายใจของอีกฝ่ายรินรดผิวจนรู้สึกจั๊กจี้อยู่บ้าง
จุมพิตกันอยู่ครู่หนึ่ง
เซียวเสวียนจิ่งผละถอยออกมาเล็กน้อย “เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
แพขนตาของฉู่เสียนไหววูบ ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากหนึ่งรอบ “อืม...” นางเม้มปากพลางว่า “หม่อมฉันรู้สึกว่าพระองค์จูบอย่างเชื่องช้าไปหน่อย”
เซียวเสวียนจิ่งชะงักไป
แต่ชั่วพริบตาถัดมา ฉู่เสียนก็ยกสองมือประคองใบหน้าเขาแล้วจูบอย่างดุดัน
ร่างเซียวเสวียนจิ่งเซไปเล็กน้อย เขารีบยันโต๊ะไว้
……
เสียงหอบหายใจดังไม่ขาดสาย
จุมพิตครั้งที่สองร้อนแรงกว่าครั้งแรกมาก
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร
ราวกับอากาศรอบกายกำลังลุกไหม้ เซียวเสวียนจิ่งจึงยอมปล่อยฉู่เสียน มือหนึ่งโอบนางไว้ ส่วนปลายนิ้วอีกข้างปัดคราบชื้นเหนียวตรงมุมปากนาง
