“เรื่องนี้ช่างน่าสนใจนัก” นางครุ่นคิดอีกครู่หนึ่ง “เจ้าส่งคนไปสืบเรื่องนี้อีกครั้ง ดูว่ายังมีข่าวอื่นหรือไม่ หากทราบแล้วจงแจ้งข้าโดยเร็ว”
……
“เหนียงเหนียง บ่าวเห็นว่าบัดนี้ในวังมีเพียงท่านกับฉู่เฟิ่งอี๋ที่มีตำแหน่งใกล้เคียงกัน มิสู้ฉวยโอกาสนี้ไปผูกสัมพันธ์กับนางสักสองสามครา ภายหน้าจะได้มีเพื่อนคบหากันเพคะ”
หงเหอเสนอขึ้นในเรือนเยว่เฟิงไจ
หวังเฟิ่งอี๋ได้ฟังก็วางเข็มกับด้ายลง ถุงหอมปักไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ดวงตาของนางเริ่มเมื่อยล้า
“ไม่เหมาะกระมัง นางกำลังตั้งครรภ์ ข้าไปหาโดยตรงเช่นนี้ จะไม่ทำให้คนคิดว่าข้าต้องการประจบประแจงหรือ”
ตำแหน่งเฟิ่งอี๋ในตำหนักบูรพานั้นต่ำที่สุด ถัดขึ้นไปคือเจาซวิ่นและเฉิงฮุย
หงเหอหาได้ใส่ใจไม่ “แล้วอย่างไรเล่า ขออาศัยบารมีนางสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเพคะ”
“อีกอย่าง แม้ยามนี้ฉู่ซื่อจะได้รับการดูแลดีในวัง แต่เมื่อวานบ่าวไปตักน้ำที่ห้องน้ำ ยังได้ยินบ่าวบางคนหัวเราะเยาะว่า นางตั้งครรภ์แล้วก็ยังไม่ได้พบองค์รัชทายาท”
เวลาผ่านมานานเพียงใดแล้ว คราวก่อนที่องค์รัชทายาทเสด็จไปหาฉู่ซื่อก็เมื่อครึ่งเดือนก่อน
หวังเฟิ่งอี๋ขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วยทันที
“เจ้าอย่าได้เอาเรื่องผู้อื่นไปนินทากับบ่าวพวกนั้น ฉู่ซื่อกำลังตั้งครรภ์ เป็นคนเดียวในวัง ย่อมไม่ควรล่วงเกิน”
หงเหอพยักหน้า “บ่าวทราบแล้ว บ่าวพูดกับท่านเพียงผู้เดียวเพคะ” นางส่ายหน้า “แต่ยามนี้มีโอกาสอยู่ ท่านไปผูกสัมพันธ์กับนางก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร”
หวังเฟิ่งอี๋ยังคงลังเล การเข้าใกล้ผู้อื่นในวังโดยง่ายหาใช่เรื่องดีไม่ ต้องพิจารณาด้วยว่าจะเกิดผลกระทบเช่นไร “ข้าขอคิดดูก่อน”
ทว่าในยามนี้ฉู่เสียนที่ตำหนักจิ่นเซียงกำลังยุ่งวุ่นวาย ไม่มีเวลาสนใจถ้อยคำนินทาลับหลังแม้แต่น้อย
