“เหนียงเหนียง เรื่องนี้เกิดขึ้นกะทันหันและรวดเร็วยิ่ง ไม่มีข่าวคราวมาก่อนเลยสักนิด” เหล่าบ่าวไพร่ต่างตกตะลึง
ฉู่เสียนกลับสงบนิ่งยิ่ง “พูดยาก บางทีฮองเฮาอาจทรงมีพระประสงค์มานานแล้วก็เป็นได้”
“อีกอย่าง บัดนี้ก็กลางเดือนเก้าแล้ว พวกเราจะออกจากเมืองหลวงในช่วงปลายเดือนสิบ คุณหนูสกุลซูมีเวลาเตรียมงานมงคลไม่ถึงหนึ่งเดือน ฮองเฮากลับไม่ทรงกังวลว่างานจะจัดอย่างขอไปทีหรือ เพคะ ช่างเร่งร้อนยิ่งนัก” ชุนหยาขมวดคิ้ว
ฉู่เสียนหัวเราะเบา ๆ วางถ้วยชาลงแล้วกล่าวว่า “พูดได้เพียงว่าฮองเฮาทรงร้อนพระทัยจริง ๆ เรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ไท่จื่อเฟยไม่มีโอรสธิดาเล่า”
อย่ามองเพียงว่าฮองเฮาทรงแสดงออกว่าห่วงใยไท่จื่อเฟยในยามนี้ บางทีลับหลังอาจทรงรำคาญนางจนแทบทนไม่ไหว
……
ไม่นานนัก ฉู่เสียนก็ได้ยินข่าวว่าไท่จื่อเฟยทรงทราบเรื่องเข้า จนไม่สนพระทัยแม้แต่การ “พักฟื้นพระวรกาย” เสด็จไปยังตำหนักบรรทมของฮองเฮาทันที
