มองดูแล้วน่าจะอายุราวสามสิบกว่าปี
ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน หน้าตาก็พอจะเรียกได้ว่าดูดี
“พระสนมโปรดวางพระทัย เมื่อเจ้านายน้อยคลอดออกมา พวกข้าน้อยจะปรนนิบัติอย่างสุดกำลังแน่นอน” แม่นมเฉา ผู้มีอายุมากที่สุดในบรรดาพวกนาง กล่าวพร้อมรอยยิ้มทันที
ฉู่เสียนจิบน้ำคำหนึ่ง เพียงยิ้มโดยไม่กล่าวสิ่งใด
เมื่อเห็นเช่นนั้น แม่นมหลี่กับแม่นมเหอก็เริ่มกวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยเฉพาะแม่นมเหอที่กลอกตามองไปทั่วตำหนักจิ่นเซียงอย่างลุกลี้ลุกลน
ครั้นแม่นมทั้งหลายจากไป ชุนหยาก็รีบเข้ามาใกล้พร้อมส่งเสียงฮึดฮัด
“พระสนมเห็นสายตาของแม่นมเหอเมื่อครู่หรือไม่ ข้าน้อยเห็นว่านางดูไม่ค่อยรู้ธรรมเนียม”
ฉู่เสียนเอนพิงเก้าอี้ ลูบเอวที่ปวดเมื่อย
“คนที่ไท่จื่อเฟยเลือกมา จะใส่ใจได้สักเพียงใด” นางแค่นเสียงเบา ๆ “แต่เรื่องนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ไท่จื่อเฟยผ่านไปง่าย ๆ อีกแล้ว”
ในเมื่อนางไม่คิดรักษาหน้าให้ผู้อื่น ฉู่เสียนก็ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าเช่นกัน
คอยดูกันไปเถิด
เช้าวันที่ 3 เดือน 6 ตามธรรมเนียมแล้วเหล่าสนมต้องไปคารวะไท่จื่อเฟยที่เรือนหลัก
ฉู่เสียนย่อมไม่จำเป็นต้องไป
กำหนดคลอดของนางใกล้เข้ามาแล้ว
คาดว่าคงเป็นช่วงนี้
หรือไม่ก็ราวกลางเดือน
ทว่าสนมที่เหลือต่างพากันไป
ที่น่าประหลาดใจคือ หลังคารวะเสร็จ เรือนหลักกลับมีข่าวส่งมาว่าวันนี้อารมณ์ของไท่จื่อเฟยดีผิดปกติ หลายวันก่อนยังหน้าตาหม่นหมอง ทว่าครานี้กลับยิ้มแย้มอย่างหาได้ยาก ทั้งยังปฏิบัติต่อเหล่าสนมอย่างอ่อนโยน แม้กระทั่งเอ่ยถามไถ่เสิ่นเหลียงเยวี่ยนว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้สุขภาพเป็นเช่นไร
