ชิวอวี่กับชิวเยวี่ยไม่กล้าพูด
ไท่จื่อเฟยแค้นจนแทบขาดใจ หากตอนนั้นนางไม่ลังเลแม้เพียงชั่วครู่ ฉู่เสียนคงตายไปนานแล้ว
ทว่าไม่นานหลังจากองค์รัชทายาทเสด็จออกจากตำหนักจิ่นเซียง
ทางไทเฮาก็ส่งแม่นมคนหนึ่งมายังตำหนักจิ่นเซียงอีกครั้ง พร้อมนำสิ่งของมามอบให้ฉู่เสียน นางรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
“เพิ่งส่งมาไม่ใช่หรือ?”
ถึงอย่างนั้นก็ยังสั่งให้บ่าวหลายคนออกไปต้อนรับแม่นมเข้ามา
แม่นมกวาดตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอยู่หลายครั้ง เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางยังดูดีอยู่ ก็อดเอ่ยไม่ได้ว่า “สีหน้าของเจ้ายังดีนัก”
นางเคยอยู่ในวังหลังมาหลายปี เคยเห็นพระสนมที่เพิ่งคลอดบุตรได้ไม่กี่วัน ซึ่งล้วนดูทรุดโทรมไม่น่ามอง
แม้จะมีอาการบวมอยู่บ้าง
แต่โดยรวมยังคงงดงาม
ฉู่เสียนยิ้ม “ขอบคุณแม่นมที่ชม อีกสักพักเมื่อข้าพ้นช่วงอยู่ไฟแล้ว จะพาลูกไปเข้าเฝ้าไทเฮาเหนียงเหนียงแน่นอน”
แม่นมคิดในใจว่าเรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอก
ไทเฮาทรงชันษามากแล้ว ทั้งยังไม่โปรดพบคนแปลกหน้า ยิ่งไปกว่านั้น เด็กคนนั้น…
สกุลฉู่จะได้เลี้ยงดูเองหรือไม่ก็ยังพูดยาก
ไม่นานหลังจากแม่นมจากไป
ทางห้องเครื่องก็ต้มยาเสร็จและส่งยาจากสำนักหมอหลวงมาให้ฉู่เสียน หม่าเฉียนกับเซี่ยเหลียนหิ้วกล่องอาหารกลับมา
แต่เพราะเร่งรีบเกินไปจึงเดินไม่มั่นคง เซี่ยเหลียนพลิกข้อเท้าจนสะดุดล้มลงไปเสียอย่างนั้น
ทั้งสองคนล้มคว่ำลงกับพื้น
กล่องอาหารหล่นตุ้บ ยากระฉอกไปหกใส่แปลงดอกไม้ตรงปากประตูลานเรือน
“เจ้าเป็นอะไรไป เดินไม่ดูทางหรือไร? คราวนี้ดีเลย ยาหกหมดแล้ว!”
