ถูกองค์รัชทายาทเหน็บแนมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มุมปากของฉู่เสียนก็กระตุก
นางลอบคิดว่า ดูท่าว่าวันนี้คนผู้นี้อารมณ์ไม่ดีจริง ๆ
นางจึงก้มหน้าเงียบ ๆ ทำตัวสงบเสงี่ยม
เป็นไปตามคาด เมื่อเห็นเช่นนั้น
สีหน้าองค์รัชทายาทหม่นลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมิได้ตรัสสิ่งใดอีก ครั้นผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงยกมือขึ้นคลึงหว่างคิ้วอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วตรัสว่า
“ช่างเถิด เจ้าออกไปก่อน”
ฉู่เสียนเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง “เช่นนั้นหม่อมฉันไปคอยพระองค์ที่ห้องข้าง ๆ เพื่อร่วมสำรับดีหรือไม่เพคะ?”
องค์รัชทายาทไม่ตรัสตอบ
แต่ก็มิได้ปฏิเสธ
……
“เจ้าช่างโกหกเป็นนัก”
ไม่นานนัก
ฉู่เสียนเดินตามแม่นมผู้นำทางจากห้องหนังสือมาถึงห้องข้าง ๆ นางเพิ่งนั่งลงได้ไม่นาน ก็เห็นหลี่ไห่ที่นำของมาส่งเช่นกัน จึงหัวเราะเยาะขึ้นมาทันที
หลี่ไห่เกาท้ายทอยอย่างกระอักกระอ่วน
“เช่นนี้นับว่าพ่อบ้านติดค้างน้ำใจข้าครั้งหนึ่งหรือไม่” ฉู่เสียนหรี่ตา
วันนี้องค์รัชทายาทอารมณ์ไม่ดี หลี่ไห่ไม่กล้าไปยั่วโทสะพระองค์ การที่นางเข้าไปหาเขาจึงเท่ากับช่วยเขาไว้
หลี่ไห่ “……”
เขาย่อมมิใช่คนไร้สมอง
“นับพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเองก็สร้างความลำบากให้พระชายาแล้ว”
ฉู่เสียนจึงพอใจขึ้นมาบ้าง
เช่นนั้นก็ดี
อันที่จริง วันนี้องค์รัชทายาทอารมณ์ไม่ดีเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนงานยุ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ฎีกากองพะเนิน
ต้องหาเวลาจัดการให้เสร็จ
ทางเรือนด้านหลังของฉู่เสียนมีเสียงบ่าวไพร่เดินไปมา ส่งข่าวและนำของเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ นางดื่มน้ำร้อนสองถ้วย กินส้มสองผลกับขนมหนึ่งจานในเรือนด้านหลัง เวลาผ่านไปเต็มหนึ่งชั่วยาม
องค์รัชทายาทจึงจัดการงานเสร็จแล้วมาหา
แต่เพราะเวลาล่วงไปมากแล้ว หลังเซียวเสวียนจิ่งมาถึงก็สั่งให้ห้องเครื่องจัดสำรับทันที มิปล่อยให้ฉู่เสียนที่กำลังตั้งครรภ์ต้องทนหิว
กล่าวคือ หากวันนี้ฉู่เสียนไม่อยู่ เซียวเสวียนจิ่งคงยืดเวลามื้ออาหารออกไปอีกหนึ่งชั่วยาม
“วางกับข้าวไว้ตรงหน้านาง” องค์รัชทายาทนั่งลงอย่างไร้สีหน้า จิบชาไปคำหนึ่ง
บ่าวรับคำทันที
ฉู่เสียนเห็นของอร่อยก็เบิกบาน
แม้จะมิใช่ขาหมูหรือหมูสามชั้นตุ๋นแดง แต่ก็มีครบครัน ทั้งกุ้ง ปลา และไก่
กระทั่งมีหอยเชลล์วุ้นเส้นนึ่งกระเทียมด้วย