ก่อนหน้านี้มีข่าวลือแพร่ไปทั่ววังว่าฉู่เสียนเปลี่ยนไป นางยังไม่เชื่อ
คราวพิธีครบเดือนครั้งก่อน นางกับฉู่เสียนก็ไม่ได้พูดคุยกันในงานเลี้ยง จึงไม่ค่อยรู้เรื่อง อีกทั้งไม่อยากไปหาเรื่องฉู่เสียนด้วย
“อาจเป็นเพราะมีลูกแล้วกระมังเจ้าคะ” สาวใช้คาดเดา
ฮูหยินโหวอู่หยางส่ายหน้า “ข้าว่าฉู่เสียนราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน ช่างประหลาดนัก”
จากนั้นนางก็หันไปถามแม่ครัว “เป็นอย่างไรบ้าง ทาสในห้องเครื่องของฉู่เสียนไม่ได้สอนอะไรผิด ๆ ให้เจ้ากระมัง”
แม่ครัวพยักหน้า “ฮูหยินวางใจได้ วิธีทำขนมนั่นไม่ยากเลย ทาสของพระสนมฉู่ก็มีอัธยาศัยดีด้วย แต่ทาสประหลาดใจจริง ๆ นะเจ้าคะ ในเมืองหลวงนี้ไม่เคยมีใครกินขนมเช่นนี้มาก่อน ครัวเล็กของเจาซวิ่นฉู่คิดวิธีนี้ขึ้นมาได้อย่างไร”
“คงเป็นเรื่องบังเอิญกระมัง” ฮูหยินโหวอู่หยางกล่าว ทว่าภายในใจกลับรู้สึกประหลาด ทั้งยังเห็นเป็นเรื่องน่าขัน
ฉู่เสียนมีอัธยาศัยดีหรือ?
นางไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้ฉู่เสียนจะเกี่ยวข้องกับคำว่าอัธยาศัยดีได้
……
ยามค่ำ องค์รัชทายาทเสด็จมายังเรือนของฉู่เสียน
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว ครั้นองค์รัชทายาทเสด็จมา จึงให้คนนำขนมไหว้พระจันทร์หนึ่งกล่องมามอบให้ฉู่เสียนโดยเฉพาะ
ของสิ่งนี้เป็นของที่ฮ่องเต้ให้ครัวเล็กของพระองค์ทำขึ้น
ล้วนใช้วัตถุดิบชั้นเลิศที่ส่งเข้าถวายทั้งสิ้น
ฉู่เสียนรับกล่องอันประณีตงดงามมาแล้วชะงักไปเล็กน้อย
“หนักถึงเพียงนี้เชียว”
เซียวเสวียนจิ่งกล่าวว่า “เสด็จพ่อประทานสิ่งนี้แก่เหล่าขุนนางในราชสำนัก เจ้าลองดูว่าชอบรสใด หากชอบ ข้ายังขอจากเสด็จพ่อมาให้ได้อีก”