หากเป็นเมื่อก่อน ยามฉู่เสียนทำตัวออดอ้อนเช่นนี้ เขาคงตำหนินางว่าไม่รู้จักกฎระเบียบเป็นแน่
ทว่าบัดนี้...
“นั่งเอียงเช่นนี้ ไม่กลัวบิดท้องหรือ” เขาขมวดคิ้วมองนาง
ฉู่เสียนส่ายหน้าพลางยิ้ม “ไม่เป็นไร หม่อมฉันระวังอยู่แล้ว ที่สำคัญคือพระองค์ไม่ได้เสด็จมาหลายวัน หม่อมฉันคิดถึงพระองค์เพคะ” นางใช้นิ้วก้อยเกาที่กลางฝ่ามือเขา
เซียวเสวียนจิ่งรู้สึกคันซ่านไปทั้งฝ่ามือ ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงขมวดคิ้วแล้วจิบชา
ฉู่เสียนเห็นเช่นนั้นก็ยกมุมปากขึ้น
นางลอบคิดในใจว่า สตรีมีครรภ์ช่างอาศัยท้องโตทำเรื่องเหลวไหลได้จริง ๆ
จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันมานี้อย่างออกรส
พูดถึงดอกไม้ในเรือนบ้าง พูดถึงสิ่งของที่กองกิจการในวังส่งมาให้หลังปีใหม่ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิบ้าง...
ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ
ทว่าในบรรดาเรื่องเหล่านั้น มีเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างน่ากังวล คือช่วงใกล้คลอดเช่นนี้ ความอยากอาหารของฉู่เสียนกลับไม่ดีเท่าก่อนหน้า
บางทีอาจเป็นเพราะท้องใหญ่ขึ้น
ยามนี้นางกินอะไรสักอย่างก็ลำบากอยู่บ้าง กินได้เพียงครู่เดียวก็เหนื่อยแล้ว
เซียวเสวียนจิ่งได้ยินดังนั้นจึงถามนางว่าต้องการให้ส่งคนมาปรนนิบัติเพิ่มอีกหรือไม่
หากไม่พอ ก็เพิ่มคนในห้องเครื่องอีกสักสองสามคน
ฉู่เสียนส่ายหน้า “ไม่เป็นไรเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันต้องการ บ่าวไพร่เตรียมไว้ครบแล้ว ไม่มีสิ่งใดขาด” พูดถึงตรงนี้นางก็ชะงักไป
“แต่...เรื่องแม่นมเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยเพคะ” นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “เมื่อวานซืนหม่อมฉันไปเลือกคนที่ตำหนักไท่จื่อเฟย แต่ไท่จื่อเฟยตรัสว่าเลือกแม่นมไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้หม่อมฉันเข้าไปยุ่ง ขอเพียงหม่อมฉันดูแลครรภ์ให้ดี อย่าเข้าไปก้าวก่ายเรื่องอื่นก็พอเพคะ”
