เวลาประมูลถูกกำหนดเป็นเที่ยงวันที่สาม ส้มน้อยได้แจ้งหัวหน้ากองโจรแต่ละแห่งไปแล้ว
หลินเป่ยยังตั้งใจจะเลี้ยงข้าวทุกคนก่อน และต้องเป็นมื้อดี ๆ ด้วย
ในเมื่อมาแล้วยังไงก็ต้องแสดงน้ำใจการต้อนรับของเมืองเต่าดำ
เลี้ยงดูให้ดี ให้พวกเขากินอย่างอิ่มหนำ ถึงจะยอมทุ่มแก่นคริสตัลตอนประมูล
เวลาผ่านไปเร็วกว่าแต่ก่อนมาก
สิบกว่าวันก่อนตอนเพิ่งทะลุมิติ ทุกนาทีล้วนทุกข์ทรมาน
ตอนนี้มีเรื่องต้องทำรออยู่กองพะเนิน วัน ๆ ผ่านไปเพียงพริบตา
เช้าตรู่วันที่สาม หลินเป่ยเพิ่งล้างหน้าเสร็จ เฉินเสี่ยวเหอก็ยกถาดใหญ่เดินเข้ามาในห้องประชุม
บนถาดวางของขาวนวลหลายชิ้น มีไอร้อนกรุ่น
ขนาดเท่ากำปั้น แป้งขาวอวบ กลิ่นหอมแป้งผสมกลิ่นเนื้อลอยมาแตะจมูก
หลินเป่ยพลันรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยุคปัจจุบัน ภาพร้านอาหารเช้าฉายชัดขึ้นมาในหัว
“ซาลาเปา?”
เฉินเสี่ยวเหอวางถาดลง มือยังเปื้อนแป้ง
“ลองตั้งหลายวันกว่าจะทำได้ วิธีหมักแป้งฉันกับเสี่ยวเหมียนคิดกันอยู่นาน เมื่อคืนถึงฟูขึ้นมาในที่สุด
ไส้เป็นเนื้ออสูรผสมผักใบเขียว ปรุงด้วยเกลือนิดพริกป่นหน่อย”
หลินเป่ยหยิบขึ้นมากัดหนึ่งคำ แป้งนุ่มฟู
น้ำเนื้อในไส้ซึมเข้าไปในแป้ง กัดลงไปน้ำมันเนื้อเต็มปาก
เขากินหมดสองสามคำลูกหนึ่ง แล้วหยิบลูกที่สอง
“เสี่ยวเหอ นี่สุดยอดเลย”
เฉินเสี่ยวเหอยิ้มหน้าบาน
“จริงเหรอ?”
“จริง ๆ” หลินเป่ยกัดอีกคำ “เอาไปส่งที่โรงอาหารพนักงานหน่อย แล้วก็เตรียมเพิ่มอีกหลาย ๆ ส่วน ตอนเที่ยงมีลูกค้ามา ให้พวกเขาได้ลองชิมด้วย”
