สตรีอาภรณ์ม่วงเอียงศีรษะ สายตาหยุดลงบนตัวกัวเสียง “เอ๊ะ เจ้าเป็นศิษย์รับใช้ที่กลับเข้าสำนักอีกครั้งหรือ?”
“ใช่ขอรับ”
กัวเสียงประสานมือคำนับ “คารวะศิษย์พี่หญิงใหญ่”
“เจ้าชื่ออะไร?”
“กัวเสียงขอรับ”
“กัวเสียง?”
สตรีอาภรณ์ม่วงทวนชื่อครั้งหนึ่ง ก่อนกระโดดลงจากโต๊ะอย่างฉับพลัน เดินไม่กี่ก้าวก็มาหยุดตรงหน้าเขา แล้วยกมือกดลงบนไหล่พร้อมหัวเราะเสียงดัง
“ตามกฎแล้ว ตอนนี้เจ้าก็เป็นศิษย์สายนอกแล้ว! ต่อไปหากมีเรื่องอะไรก็มาหาข้า ศิษย์พี่หญิงใหญ่ผู้นี้ได้ทุกเมื่อ!”
กัวเสียงรู้สึกถึงแรงมหาศาลที่กดทับลงบนไหล่ จนไหล่ทรุดต่ำ เข่าทั้งสองข้างงอเล็กน้อย เขากัดฟันเค้นถ้อยคำออกมาจากไรฟัน “ขอบคุณศิษย์พี่หญิงใหญ่ขอรับ”
สตรีอาภรณ์ม่วงมองสภาพของเขา แล้วตบไหล่เขาอีกสองครั้ง
“ไม่เลวนี่ ยังไม่ล้มลงไปกองกับพื้น”
ทุกครั้งที่นางตบ ร่างของกัวเสียงก็ถูกกดให้ทรุดลงไปอีกนิดอย่างควบคุมไม่ได้
“พอแล้ว ๆ รีบปล่อยเด็กคนนี้ไปเถอะ!”
ขณะที่เขาใกล้จะทนไม่ไหว ผู้อาวุโสหวังก็รีบกระแอมขึ้นมา ก่อนอธิบายว่า “หลานสาวข้าคนนี้ซุกซนมาตั้งแต่เล็ก ไม่เคยรู้จักกฎเกณฑ์”
“ท่านกล่าวเกินไปแล้วขอรับ”
กัวเสียงกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ศิษย์พี่หญิงใหญ่มีคุณธรรมสูงส่ง ข้ายังขอบคุณไม่ทันด้วยซ้ำ”
สตรีอาภรณ์ม่วงหัวเราะร่วนสองครั้ง ก่อนหันหลังแล้วกระโดดกลับขึ้นไปบนโต๊ะ
กัวเสียงรีบฉวยโอกาสนี้กล่าวลา ออกจากตำหนักงานเบ็ดเตล็ด แล้วมุ่งหน้าไปยังที่พักของศิษย์สายนอก เมื่อนึกถึงสิ่งของในถุงเก็บของ เขาก็รู้สึกว่าการกลับมาครั้งนี้คุ้มค่าแล้ว
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ จู่ ๆ ก็มีคนพุ่งออกมาจากด้านข้าง คว้าแขนเขาไว้ทันที
