วันถัดมา กัวเสียงทำผลงานได้เหนือกว่าปกติ เมฆก้อนนั้นใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งรอบ
วันนี้เขารดน้ำไปสองหมู่ครึ่ง ส่วนอีกครึ่งหมู่ที่เหลือ เขาเก็บไว้ทำตอนกลางคืน อาศัยแสงจันทร์ทำงานล่วงเวลาจนรดเสร็จ
เมื่อกลับถึงห้อง ขาทั้งสองข้างสั่นจนยืนแทบไม่ไหว มือก็สั่นระริกไม่หยุด พอล้มตัวลงก็ผล็อยหลับไปทันที
หลังฝึกเคล็ดวิชาหย่งชิงเสร็จ กัวเสียงก็ไปที่คันนาเช่นเคย เขาหยิบต้นข้าววิญญาณขึ้นมาหนึ่งต้น แล้วเพ่งมองใกล้ ๆ
บนใบมีหยดน้ำเกาะอยู่ ลำต้นหนากว่าแต่ก่อนเล็กน้อย รากก็หยั่งลึกลงไปด้วย
แต่ยิ่งมอง คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากัน
วิชาพลิกเมฆายังขาดไปหน่อย ปราณวิญญาณในสายฝนนั้นไม่เพียงพอ
ในตำราระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ข้าววิญญาณดูดซับปราณวิญญาณในน้ำ เมื่อมีปราณวิญญาณธาตุน้ำเพียงพอ จึงจะเติบโตเร็วและออกรวงสมบูรณ์
“ในเมื่อคุณภาพยังไม่ดี...”
กัวเสียงลุกขึ้นยืน กล่าวอย่างใจเย็นว่า “เช่นนั้นก็ชดเชยด้วยปริมาณแล้วกัน”
เมื่อเขารดน้ำแปลงนาวิญญาณทั้งห้าหมู่จนครบหกรอบ การผนึกเคล็ด ควบรวมเมฆา และเรียกฝนก็ประสานเป็นหนึ่งเดียว ทำได้อย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องคิด
เมฆาก้อนนั้นลอยนิ่งอยู่เหนือแปลงนาวิญญาณ ขนาด ความหนา และความแรงของสายฝน ล้วนเป็นไปตามใจเขา
กัวเสียงยิ้มน้อย ๆ ในที่สุดเขาก็ควบคุมวิชาแขนงนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ด้วยพลังวิญญาณในตอนนี้ เขาร่ายวิชาพลิกเมฆาได้พอดีวันละห้าครั้ง หนึ่งครั้งก็เพียงพอจะรดแปลงนาวิญญาณหนึ่งหมู่จนชุ่ม
กัวเสียงเคยลองร่ายครั้งที่หก แต่เพียงเริ่มผนึกเคล็ด ตันเถียนก็ปวดหนึบ เมฆาที่ควบรวมได้ครึ่งหนึ่งพลันสลาย ร่างกายของเขาก็อ่อนแรงไปทั้งตัว
