กัวเสียงเคลื่อนไหวอยู่บริเวณรอบนอก พลันสังเกตเห็นกระบี่ของถังตัวเริ่มเสียจังหวะ ข้อมือที่กำกระบี่สั่นระริกจากการรับแรงมหาศาลต่อเนื่องกันหลายครั้ง
หากยังยืดเยื้อต่อไป เมื่อพลังวิญญาณของทุกคนหมดลง ต่อให้สังหารตะขาบพันขาตัวนี้ได้ พวกเขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อย
แววตาของเขาเย็นเยียบลง นิ้วมือซ้ายที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อค่อย ๆ งอลง ขบคิดว่าควรลอบซัดดัชนีวิญญาณสูญใส่สัตว์อสูรตัวนี้สักครั้งหรือไม่...
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ตะขาบพันขาตัวใหญ่เสียจริง! คืนนี้โชคของสำนักอสรพิษหมึกพวกเราดีนัก!”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันอย่างกำเริบเสิบสานพลันดังขึ้น!
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เงาร่างหลายสายสวมอาภรณ์ดำตัวโคร่งทะยานลงจากเงาไม้ มาหยุดอยู่บริเวณรอบนอกของลานว่าง ก่อนกระจายกำลังล้อมปิดทางถอยของซ่งหลงอวิ๋นและคนอื่น ๆ ที่กำลังต่อสู้อยู่!
รูม่านตาของกัวเสียงหดวูบ เพียงมองก็จำผู้บำเพ็ญชุดดำที่เป็นหัวหน้าได้
เป็นยอดฝีมือขั้นฝึกลมปราณระดับสิบคนนั้น ผู้กวัดแกว่งกระบี่ตัดหัวชายโฉดกลางถนนในเขตตะวันตกนอกเมืองตอนกลางวันแสก ๆ แล้วปล่อยสุนัขดุร้ายกินศพ!
“สำนักอสรพิษหมึก!?”
ฉาถานกับเจียงซงที่กำลังต่อสู้อยู่พลันหน้าเปลี่ยนสี
ถังตัวอาศัยแรงสะท้อนถอยกรูดออกมาอย่างฉับพลัน พลิกมือยกกระบี่ขวางหน้าอก จ้องเขม็งไปยังผู้บำเพ็ญชุดดำที่เป็นหัวหน้า
ซ่งหลงอวิ๋นและคนอื่น ๆ รีบหยุดการโจมตี ถอยไปตั้งรับข้างกายเขา แต่ละคนต่างระแวดระวังราวกับเผชิญศัตรูตัวฉกาจ
ส่วนตะขาบพันขาที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังคลุ้มคลั่ง เมื่อสัมผัสได้ว่ามีผู้บำเพ็ญเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ก็หยุดไล่ล่า ขดตัวระแวดระวังอยู่กับที่ ส่งเสียงขู่คำรามจากลำคอ
