“ที่พี่ถังพูดมีเหตุผล!”
ฉาถานเอ่ยกลั้วหัวเราะ “พี่หมิงเป็นถึงยอดคนคลั่งบำเพ็ญที่น้องซ่งแนะนำมา จะต้องซ่อนฝีมือไว้ลึกล้ำแน่!”
ซ่งหลงอวิ๋นยิ้มอยู่ข้าง ๆ แววตาฉายความกระอักกระอ่วนขึ้นวูบหนึ่ง ทว่าก็มิได้เอ่ยโต้แย้ง
เมื่อขบวนเดินลึกเข้าไปในใจกลางป่าทึบ แสงรอบด้านก็มืดสลัวลงอย่างรวดเร็ว
ถังตัวซึ่งเดินนำหน้าอยู่พลันยกมือขวาขึ้น ก่อนกล่าวเสียงต่ำ “หยุด!”
ทุกคนหยุดฝีเท้าทันที พร้อมกลั้นลมหายใจโดยพร้อมเพรียง
ถังตัวคุกเข่าข้างหนึ่ง แนบหูลงกับพื้น แววตาพลันฉายประกายคมกริบ “ยังอยู่! เจ้าสัตว์ชั่วนั่นไม่ได้ย้ายรังจริง ๆ ด้วย!”
“พี่ถัง เป็นตะขาบพันขาจริงหรือ?!”
เจียงซงก้าวไปข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น แล้วถามเสียงเบา
“ไม่มีทางผิดแน่!”
ถังตัวทุบกำปั้นลงบนฝ่ามืออย่างแรง “ตามนิสัยของมัน ก่อนหรือหลังยามจื่อคืนนี้ มันต้องมุดออกจากโพรงใต้ดินมาดื่มน้ำหาอาหารแน่!”
“ดีเหลือเกิน!”
ฉาถานกับจางเฟินสบตากัน ทั้งคู่ต่างมีสีหน้ายินดี
“พี่ถัง สหายเต๋าซ่ง”
กัวเสียงกลับมีสีหน้าฉงน เขาประสานมือขอคำชี้แนะอย่างถ่อมตน “ข้าน้อยมีความรู้น้อยนัก ไม่ทราบว่า ‘ตะขาบพันขา’ เป็นอสูรร้ายจากที่ใดกัน?”
“เมื่อถึงคราวลงมือ ข้าน้อยควรช่วยเหลือทุกท่านอย่างไร?”
“สหายเต๋าหมิงคงยังไม่ทราบ ตะขาบพันขาเป็นสัตว์อสูรกลายพันธุ์ในหมู่สัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูง”
ซ่งหลงอวิ๋นอธิบายอย่างอดทน “ร่างกายของมันใหญ่โต มักซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นโคลนลึกลงไปในดินตลอดทั้งปี จึงยากจะค้นหา”
“อีกทั้งมันยังมีเกราะนอกสีเหลืองคล้ำหนาหนักราวเหล็ก ดาบทวนแทงไม่เข้า พละกำลังมหาศาล”
“พิษของมันยังร้ายแรงยิ่ง!”
