หนึ่งปีผ่านไป การบำเพ็ญของกัวเสียงทะลวงถึงขั้นฝึกลมปราณชั้นเจ็ดแล้ว ในที่สุดเขาก็หยั่งรู้วิชาหลอมกายวิญญาณหุบเหวชั้นที่สามได้อย่างถ่องแท้
ปีนี้เขาอายุ 23 ปีแล้ว กลายเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำ ใบหน้าคมเข้ม สุขุมหนักแน่น
กัวเสียงไม่ใส่ใจรูปลักษณ์ของตนเองนัก ขอเพียงไม่อัปลักษณ์จนเป็นที่สะดุดตาก็พอ
ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอเช่นนี้ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญย่อมเป็นพลังฝีมือมากกว่า
“ฮ่า!”
กัวเสียงรวบรวมสมาธิ กระตุ้นเคล็ดวิชา เปลวเพลิงวิญญาณสีทองทะลวงผ่านผิวหนังและเนื้อเข้าไปแผดเผากระดูกทั่วร่างอีกครั้ง
ทันทีที่เปลวเพลิงวิญญาณสัมผัสไขกระดูก ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็พลันปะทุขึ้น รุนแรงกว่าตอนหลอมเนื้อและเลือดก่อนหน้านี้ถึงร้อยเท่า!
เขาฝืนทนได้เพียงหนึ่งลมหายใจ ก็เหงื่อท่วมกาย หมดเรี่ยวแรงจนถอยร่นออกมา
“ต่อไป!”
เมื่อรู้ว่าการหลอมกระดูกในชั้นที่สามคือหัวใจสำคัญของการสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งทัดเทียมขั้นสร้างฐาน ความดุดันที่ฝังลึกในกระดูกของกัวเสียงก็ปะทุขึ้น เขากัดฟันเดินเคล็ดวิชาต่อ
ถึงอย่างไรด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายในตอนนี้ คงไม่ถึงขั้นระเบิดร่างตายหรอก อยู่ที่ว่าจะทนต่อไปไหวหรือไม่เท่านั้น!
เมื่อรู้ว่าพรสวรรค์ของตนมีขีดจำกัด กัวเสียงจึงพักการฝึกวิชาอื่นไว้ก่อน แล้วทุ่มเทจิตใจทั้งหมดให้กับวิชาหลอมกายวิญญาณหุบเหว เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในวันข้างหน้า!
ทว่าวิชาหลอมกายวิญญาณหุบเหวชั้นที่สามไม่ได้ฝึกง่ายดายนัก เพียงต้องการเดินเคล็ดวิชาให้ครบหนึ่งรอบ ก็ต้องอดทนประคองมันไว้นานถึง 6 ชั่วยาม
อีกหนึ่งปีผ่านไป กัวเสียงในตอนนี้ประคองได้เพียง 2 ชั่วยามเท่านั้น ยังไม่อาจเดินเคล็ดวิชาได้ครบหนึ่งรอบ