กัวเสียงควบคุมทุกอย่างอย่างระมัดระวัง ก่อนจะปล่อยให้ข้าววิญญาณห้าไร่ของสำนักสุกงอมเต็มที่
เฉิงว่านเดินเข้ามาในลาน เห็นกองข้าววิญญาณแล้วมองเขา สีหน้าดีกว่าเมื่อครึ่งปีก่อนมาก ก่อนพยักหน้าเอ่ยว่า “ไม่เลว”
กล่าวจบ เขาก็ล้วงถุงผ้าสองใบจากอกเสื้อ แล้วโยนให้กัวเสียงอย่างส่ง ๆ
“ใบที่จุ 4,000 ชั่งใส่ข้าวสำหรับภารกิจ ส่วนใบที่จุ 5,000 ชั่งใส่ข้าวส่วนเกิน เจ้าเก็บใส่ถุงแล้วนำไปส่งที่ตำหนักงานเบ็ดเตล็ดเอง”
เฉิงว่านมองกัวเสียงแวบหนึ่ง ก่อนเสริมว่า “ไปถึงที่นั่นแล้วก็บอกว่าเป็นคนของข้า”
“ขอรับ ขอบคุณศิษย์พี่เฉิง”
กัวเสียงมองถุงผ้าสองใบในมือ สีหน้าลำบากใจ “ศิษย์พี่เฉิง สิ่งนี้...ใช้เช่นไรหรือขอรับ?”
“ถ่ายพลังวิญญาณเข้าไป แล้วนึกถึงกองข้าวนั่นก็พอ”
เฉิงว่านมีแววรำคาญอยู่ในน้ำเสียง แต่ก็ยังอธิบายให้ฟัง
กัวเสียงลองทำตาม พลังวิญญาณเพิ่งถ่ายเข้าไป ข้าววิญญาณกองนั้นก็เคลื่อนไหวขึ้นมาเอง
เมื่อใส่ข้าว 4,000 ชั่งลงไปแล้ว ถุงผ้ายังคงแบนราบ อีกใบก็เป็นเช่นเดียวกัน
เขาผูกปากถุง กำไว้ในมือแล้วชั่งน้ำหนักดู ถุงทั้งสองใบรวมกันหนักเพียง 1 ชั่งเท่านั้น
ของสิ่งนี้ช่างเป็นสมบัติล้ำค่าจริง ๆ!
รอสะสมแต้มแลกเปลี่ยนได้มากพอเมื่อไร ต้องแลกของแบบนี้เป็นอย่างแรก!
เฉิงว่านยืนมองอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งโดยไม่พูดอะไร
เมื่อกัวเสียงเก็บถุงทั้งสองใบเรียบร้อยแล้ว เขาจึงขานรับเบา ๆ ก่อนเอามือไพล่หลังเดินออกไป
ตำหนักงานเบ็ดเตล็ดยังคงเหมือนเดิม
ผู้อาวุโสหวังรับถุงเก็บของที่กัวเสียงยื่นให้ แล้วพลิกสมุดบัญชีดู “อืม 4,000 กับ 5,000...เหมือนคราวก่อน”
เขาเบ้ปาก ก่อนยกมือขีดลงบนป้ายหยก
