หลังวางสายจากหวงเหวยหาน เซี่ยเหวยไห่ก็ยิ้มพลางมองชายในชุดสูทสีดำที่นั่งอยู่ตรงข้าม ชายคนนั้นมีรอยยิ้มอ่อนโยน ทว่าในดวงตากลับเป็นประกายคมกริบ
“หัวหน้ากองตรวจการรัฐหม่า ขอโทษด้วย ลูกน้องโทรมารายงานเรื่องนิดหน่อย” ตั้งแต่รับสายมา รอยยิ้มของเขาก็ไม่เคยจางหายไปเลย เว้นแต่ตอนพูดประโยคสุดท้าย
หม่าเจิ้นหัวที่นั่งอยู่ตรงข้ามขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเพื่อนร่วมรบเก่าคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ในฐานะหัวหน้ากองตรวจการรัฐ เขาได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบคดีต่าง ๆ ในเมืองเจียงหยุน แต่เพิ่งมาถึงก็ถูกผู้นำสูงสุดของเมืองเจียงหยุนจัดให้มาทางฝั่งเซี่ยเหวยไห่
ตอนแรกเขาไม่เข้าใจเลยว่านี่หมายความว่าอย่างไร
เขาไว้ใจเซี่ยเหวยไห่อย่างเต็มที่ ทั้งคู่รู้จักกันดี รู้ไส้รู้พุงและรู้นิสัยใจคอกันอย่างทะลุปรุโปร่ง
แต่ตั้งแต่เข้ามา เขาก็รู้สึกว่าเซี่ยเฒ่าคนนี้ดูเหมือนจะป่วย เอาแต่ยิ้มร่า ราวกับมีปัญหาทางจิต
หม่าเจิ้นหัวเริ่มสงสัย หรือว่าเพื่อนร่วมรบเก่าของเขาจะถูกคดีบีบจนเป็นบ้าไปแล้ว
เขาอดถามไม่ได้ว่า “เซี่ยเฒ่า บอกฉันมาตามตรงนะ แกเครียดเกินไปหรือเปล่า ฉันรู้ว่าเมืองเจียงหยุนของพวกแกอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ คดีอาชญากรรมก็เกิดขึ้นบ่อยอยู่แล้ว ถ้าร่างกายมีอะไรผิดปกติ ก็รีบไปตรวจที่โรงพยาบาลล่ะ”
พอได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าเซี่ยเหวยไห่ก็พลันบึ้งตึง ก่อนด่าว่า “แกนั่นแหละที่ป่วย หม่าเฒ่า แกอวยพรให้ฉันเจอเรื่องดี ๆ บ้างไม่ได้หรือไง”
