เช้าวันรุ่งขึ้น สวี่หลินมาถึงกองสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรมพร้อมกับใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า
พอเดินเข้าห้องทำงาน ก็พบหวงเหวยหานอยู่ข้างในพอดี
อีกฝ่ายเห็นใต้ตาดำคล้ำของเขาและท่าทางเหมือนคนยังตื่นไม่เต็มตา ก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “น้อยสวี่ เมื่อคืนไปอุ้มสาวมาหรือไง?”
สวี่หลินมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ หมอนี่เป็นเทพพยากรณ์หรือไง?
เขาตอบอย่างกระอักกระอ่วนว่า “สาว ๆ นี่อุ้มยากนะครับ!”
“โอ้โฮ! ดูท่าจะเป็นเรื่องจริงแฮะ” หวงเหวยหานดูท่าจะชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน เขาขยับเข้ามาใกล้ พลางขยิบตาหยอกล้อ “บอกมาซิ อุ้มไปกี่รอบ?”
สวี่หลินตอบว่า “รอบเดียว”
“รอบเดียว? สมรรถภาพแย่ขนาดนั้นเลยหรือ พ่อหนุ่ม ดูท่าต้องบำรุงเพิ่มหน่อยแล้ว!” หวงเหวยหานพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนถามต่อว่า “ใช้เวลานานแค่ไหน ถึงได้หมดสภาพแบบนี้?”
สวี่หลินตอบว่า “หึ ๆ!”
“หัวเราะอะไร?” หวงเหวยหานยังคงทำหน้าสงสัยใคร่รู้
จากนั้นสวี่หลินก็เอ่ยออกมาสั้น ๆ ว่า “หกชั่วโมง”
กร๊อบ!
หวงเหวยหานแทบอ้าปากค้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและตกตะลึงสุดขีด
รอบเดียวตั้งหกชั่วโมง ต่อให้กินยาก็ไม่เห็นจะอึดขนาดนี้เลยมั้ง?
ที่สำคัญ…แกยังมาทำงานไหวอีกเหรอ?
สวี่หลินเผยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะร้องไห้ “หัวหน้าหวง เด็กผู้หญิงหนักสี่สิบห้ากิโลกรัม ถ้าอุ้มพาดแขน คุณจะอุ้มได้นานแค่ไหน?”
“พรวด!”
หวงเหวยหานกำลังจะดื่มน้ำสักอึกเพื่อเรียกสติ แต่พอได้ยินเข้าก็พ่นน้ำออกมาทันที
เขากวาดตามองสวี่หลินตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นมืออีกฝ่ายสั่นเล็กน้อย แถมยังคอยจับเอวเป็นระยะ ขาทั้งสองข้างก็สั่นพั่บ ๆ
