โหยวฝูเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น
ดึกป่านนี้ใครกันนะ? เธอย่องไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนมองลอดตาแมวออกไปอย่างระแวดระวัง
เอาละ เป็นเยี่ยนจวีเหวย ตัดสินว่าไม่เป็นอันตราย อนุญาตให้เข้าได้
โหยวฝูเปิดประตู “มาทำไมเหรอ?”
บนตัวเยี่ยนจวีเหวยมีกลิ่นจาง ๆ ของเหล้าและบุหรี่ เขายืนอยู่ตรงโถงทางเข้า ไม่ได้ก้าวเข้ามาข้างใน
เขาไม่สูบบุหรี่ แต่เวลาเข้าสังคมก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะติดกลิ่นนิโคตินมา เขามาถึงตั้งแต่สิบห้านาทีก่อน ยืนรับลมเย็นอยู่พักหนึ่งเพื่อให้กลิ่นจางลง แล้วถึงค่อยขึ้นมา
“ผมมาหาคุณ” เยี่ยนจวีเหวยพูดพลางหยิบกล่องใบเล็กจากกระเป๋าเสื้อสูท “แล้วก็เอานี่มาให้ ของที่คุณเคยอยากได้”
โหยวฝูรับกล่องใบเล็กแสนประณีตมา เป็นน้ำหอมรุ่นลิมิเต็ดที่เลิกผลิตไปแล้ว
“เยี่ยนเยี่ยน คุณนี่เป็นคนดีจริง ๆ”
โหยวฝูรีบเปิดกล่อง ฉีดน้ำหอมขึ้นไปในอากาศหนึ่งครั้ง “หอมไหม?”
เธอถามอย่างคาดหวัง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
เยี่ยนจวีเหวยมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “หอมครับ”
แต่กลิ่นหอมยิ่งกว่าคือกลิ่นกายของโหยวฝู กลิ่นเจลอาบน้ำหอมสดชื่นชุ่มชื้นจากไอน้ำหลังอาบเสร็จ ผสานกับกลิ่นหวานละมุนเฉพาะตัวของเธอ ราวกับตาข่ายที่คลุมทั่วร่างเยี่ยนจวีเหวยและจับเขาไว้
เธอสวมชุดนอนสายเดี่ยวสีเขียวอ่อนประดับลูกไม้สีขาว แขนขาเรียวบางเนียนผ่องเผยให้เห็นเต็มตา เยี่ยนจวีเหวยข่มใจไม่ให้จ้องมอง
เยี่ยนจวีเหวยเอ่ยขอโทษช้า ๆ “คืนนี้ผมไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนคุณ ขอโทษนะครับ”
โหยวฝูถือขวดน้ำหอมทรงสวยไว้ชื่นชม “ไม่เป็นไรหรอก ฝูจะยกโทษให้คุณ”
เยี่ยนจวีเหวยพยักหน้าอย่างจริงจัง “ขอบคุณนะฝูฝู คุณเข้าอกเข้าใจคนอื่นจริง ๆ”
โหยวฝูหรี่ตาข้างหนึ่ง มองเยี่ยนจวีเหวยที่ทำหน้าจริงจัง คำพูดฟังดูเหมือนประชดประชันอยู่หน่อย ๆ แต่ดูจากสีหน้าแล้ว เขาคงไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น
“ฮึ นี่เป็นแค่ข้อดีข้อหนึ่งของฉันเท่านั้น” โหยวฝูยอมรับคำชมอย่างไม่กระดากใจ
เยี่ยนจวีเหวยยิ้ม “ครับ ฝูฝูยังมีข้อดีอีกตั้งเยอะ”
โหยวฝูสงสัย “อย่างเช่น?”
เยี่ยนจวีเหวยตอบ “อย่างเช่น รักและเคารพตัวเอง ดูแลตัวเองได้ดี พึ่งพาตัวเองไม่ย่อท้อ คว้าโอกาสในการทำงานได้ พูดเองเออเอง แล้วบางทีก็ทำตัวลนลานเสียเอง... อืม?”
