โหยวฝูเงียบไปชั่วขณะ
เธอเช็ดน้ำตาอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ปรับลมหายใจ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้
โหยวฝูไม่มีวันเผยด้านอ่อนแอของตัวเองให้เยี่ยนจินซวี่เห็น เพราะนั่นหมายความว่าเธอแพ้
โหยวฝูไม่อยากแพ้หรอกนะ!
เธอยื่นโทรศัพท์ออกห่าง สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยกกลับมาแนบหู แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างเป็นทางการที่สุดว่า
“ใครร้องไห้ คุณฟังผิดแล้วมั้ง”
“......เฮ้อ เสี่ยวโหยว” มีเสียงเคลื่อนไหวเบา ๆ ดังมาจากฝั่งเยี่ยนจินซวี่ ดูเหมือนเขาจะเดินไปยังที่ที่เงียบสงบกว่าเดิม
ปกติเขามักทำตัวไม่ใส่ใจอะไร แต่ตอนนี้กลับจริงจังขึ้นมาบ้าง “เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ”
“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้ร้อง!” โหยวฝูเริ่มทั้งอายทั้งโมโห แต่พอโมโห น้ำเสียงสะอื้นของเธอก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เธอรีบข่มอารมณ์ แล้วกลับมาพูดเสียงเย็นชา “หูหนวกหรือไง”
อืม ดีมาก เย็นชาได้ใจ
ตอนนี้เธอคือพัฟฟ์น้อยผู้เย็นชา รสสะระแหน่
เยี่ยนจินซวี่คล้อยตามเธอ “โอเค ๆ คุณไม่ได้ร้อง แล้วเสี่ยวโหยวไม่สบายใจเรื่องอะไรล่ะ”
โหยวฝูจะบอกสาเหตุที่แท้จริงกับเขาได้ยังไง ในสัญญาว่าจ้างตัวแทนมีข้อกำหนดเรื่องการรักษาความลับอยู่ โหยวฝูมีจรรยาบรรณในอาชีพสูงมาก
เรื่องที่เธอเป็นตัวแทน ต้องให้สปอนเซอร์เป็นคนพูดเท่านั้น
ให้สปอนเซอร์พูดกับคนอื่นอย่างเย็นชาว่า “เธอก็แค่ตัวแทน” ไม่ใช่ให้เธอเที่ยวประกาศว่า “ฉันเป็นแค่ตัวแทนเองนะ” เธอไม่คิดจะแย่งความสนุกจากสปอนเซอร์ที่ได้พูดประโยคนั้นหรอก ดูสิว่าเธอเป็นมืออาชีพแค่ไหน
