(ช่วงวัยเด็กน้อยกำลังจะจบลงแล้วนะ~)
ยังไม่ทันที่ซืออู้จะถอนหายใจอย่างโล่งอก โหยวฝูก็เดินมาอยู่ตรงหน้าเขา แล้วพุ่งตัวเข้ากอดจากด้านหน้า แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอเขา “เธอชื่ออะไรเหรอ ฝูฝูอยากเป็นเพื่อนกับเธอจัง”
ซืออู้เม้มปาก พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอด แต่ก็ไม่กล้าออกแรงมากนัก อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างยิ่ง
โหยวฝูอยู่ใกล้เขามาก เขาได้กลิ่นหอมนมจากตัวเธอ ราวกับกลิ่นของลูกหมาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จภายใต้แสงแดด เป็นกลิ่นที่ทำให้รู้สึกมีความสุข
ซืออู้จ้องมองดวงตากลมโตใสแจ๋วของโหยวฝู สายใยหัวใจเหมือนถูกดีดด้วยมือที่มองไม่เห็น
“อ๊า! พวกเธอทำอะไรกันน่ะ!” มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมาทำให้บรรยากาศที่กำลังพอเหมาะพอเจาะมลายหายไปหมดสิ้น
เฉินฟ่างก็ถูกเสียงร้องนี้ปลุกให้ตื่นจากภวังค์ สภาพถูกสาปหินคลี่คลายลง แล้วลากโหยวฝูออกมาจากอ้อมกอดของซืออู้
“เธอจะกอดเขาได้ยังไง!” พี่ชายที่เพิ่งได้รับตำแหน่งมีโทสะแต่ระบายออกไม่ได้ “เธอยังไม่เคยแม้แต่จะกอดฉันเลย น้องสาวตัวเหม็น!”
โหยวฝูกอดเฉินฟ่างทีหนึ่งด้วยความไร้เดียงสา “หนูหอมจะตายไป ตัวไม่เหม็นสักหน่อยนะ ดมดูสิ”
“อ๊าา! เธอปล่อยมือเลยนะ!”
กู้ยี่ปั๋วที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ผลักเฉินฟ่างออกไปเต็มแรง
เฉินฟ่างเซถลาไปสองก้าว หันกลับไปจ้องเขม็งใส่กู้ยี่ปั๋วที่ยืนกั้นระหว่างเขากับโหยวฝู “นี่แกอยากมีเรื่องเหรอ?”
กู้ยี่ปั๋วไม่สนใจเขาเลย หันมาทำท่าเหมือนจะขอรางวัลต่อหน้าโหยวฝู กระดิกหางไปมา “เจ้าหญิงกอดผมหน่อยสิครับ”
กู้ยี่ปั๋วถูกพ่อแม่พามางานเลี้ยง ไม่คิดว่าจะได้เจอโหยวฝู ตอนนี้เขาตื่นเต้นสุดขีด ได้เจอเจ้าหญิงตัวน้อยในวันที่ไม่ต้องไปโรงเรียน นี่มันมีความสุขเกินไปแล้วนะ
