การเดินทางไปทำงานครั้งนี้ของเยี่ยนจวีเหวยต้องใช้เวลาครึ่งเดือน
เขายังคงส่งข้อความหาโหยวฝูทุกวัน โอนเงินให้ และจ่าย “ค่าล่วงเวลา”
แต่โหยวฝูไม่เคยตอบกลับเลย บางครั้งข้อความด้านบนของหน้าต่างสนทนาจะขึ้นว่า “อีกฝ่ายกำลังพิมพ์” ทว่าไม่นานก็หายไป
จากนั้นอีกหลายชั่วโมง เธอถึงจะแอบกดรับเงิน แต่ไม่ส่งข้อความมาสักคำ ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
เยี่ยนจวีเหวยเหมือนมนุษย์เจ้าเล่ห์ที่วางกรงดักจับไว้ แล้วนำอาหารกระป๋องมาล่อแมวน้อยฝูเข้าไป
แมวน้อยฝูระแวดระวังตัวมาก ทุกครั้งเธอจะรอให้ไม่มีใครอยู่แล้วค่อยแอบคาบอาหารกระป๋องหนีไป
เยี่ยนจวีเหวยไม่รู้ว่าควรดีใจหรือไม่ที่เธอยังยอมรับเงินของเขา
เมื่อคิดดูตอนนี้ ตอนที่โหยวฝูหยิบสัญญาตัวแทนที่เต็มไปด้วยช่องโหว่แผ่นนั้นออกมา เขาก็ควรรีบอธิบายให้ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าไม่มีตัวแทนอะไรทั้งนั้น และเขาก็ไม่เคยชอบใครมาก่อน
ไม่อย่างนั้นคงไม่กลายเป็นแบบตอนนี้ ต่อให้เขาอธิบายอะไร โหยวฝูก็ไม่ยอมเชื่อ
บางครั้งเยี่ยนจวีเหวยก็โกรธโหยวฝูเหมือนกัน เขาแสดงออกชัดเจนถึงขนาดนี้แล้ว แต่เธอกลับยังสงสัยว่าเขาชอบคนอื่น
แต่ส่วนใหญ่เขาโกรธตัวเอง ทั้งที่ตกหลุมรักโหยวฝูตั้งแต่แรกเห็น กลับไม่ยอมพูดให้ชัด ปล่อยให้เธอเข้าใจผิดต่อไป
ทว่าเมื่อใช้เวลาอยู่กับโหยวฝูนานเข้า เยี่ยนจวีเหวยก็ยิ่งเข้าใจเธอมากขึ้น และพบว่านี่เป็นทางตัน
โหยวฝูมักจะออดอ้อน ต่อรองราคา และถามเอาของโน่นนี่จากเขา แต่ที่จริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงที่เชื่อคนง่าย
หากตอนแรกเยี่ยนจวีเหวยบอกเธอไปว่า เขาไม่ได้มองเธอเป็นตัวแทน เขาแค่รู้สึกดีด้วยตั้งแต่แรกเห็น อยากทำความรู้จักกันโดยมีการคบหาเป็นเงื่อนไข และสุดท้ายก็จะแต่งงานกับเธอ...
ถ้าตอนนั้นเยี่ยนจวีเหวยพูดกับโหยวฝูแบบนี้ เขามั่นใจได้เลยว่าเธอจะถอยหลังกรูดไปหลายก้าวทันที มองเขาด้วยสายตาเคลือบแคลง แล้วหลีกหนีเขาราวกับเห็นตัวประหลาด
