อ้อ ใช่แล้ว ธีมไลฟ์สดของโลกนี้คือห้องแชทเสียง แต่นักเขียนเองก็ยังไม่เคยดูไลฟ์สดธรรมดาด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงห้องแชทเสียงเลย เพราะงั้นเรื่องนี้ก็เลยเป็นการเขียนแบบคนตาบอดคลำช้างอีกเช่นเคย อย่าเอาไปเทียบกับชีวิตจริงนะคะ หากมีนักอ่านคนไหนเป็นเซียนห้องแชทเสียงตัวจริงก็ขอให้ใจกว้าง ๆ ด้วยนะ
......
โหยวฝูไม่ยินยอม "งั้นฉันไม่เอา"
ซางจิ่งเหยียนชำเลืองมองเวลา เขาต้องรีบไปอาบน้ำแล้ว ไม่งั้นจะนอนไม่ถึงแปดชั่วโมง
ซางจิ่งเหยียนพูดเร็วปรื๋อเหมือนสั่งลูกน้อง "ห้องเธอมีห้องน้ำในตัว ไปอาบน้ำซะ อีกครึ่งชั่วโมงขึ้นเตียงนอน ทำตัวดี ๆ อย่าดื้อ"
พูดจบเขาก็ไม่เปิดโอกาสให้โหยวฝูออดอ้อน เดินตรงดิ่งเข้าห้องนอนใหญ่ไป
แกร๊ก
เป็นเสียงล็อกประตู
โหยวฝูชะงักค้าง เขากำลังป้องกันใครกันนะ! คิดว่าล็อกประตูแค่นี้จะป้องกันมารน้อยผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ได้หรือไง?
เอ่อ... ก็มารน้อยตัวไหน ๆ มันก็ป้องกันไม่ได้แหละ ยกเว้นโหยวฝู
เพราะยังไงซะเธอก็เป็นมารน้อยจอมขี้เกียจที่เอาแต่พึ่งพาความรักจากคนทั้งโรงเรียน การเรียนก็ปล่อยตามบุญตามกรรม แถมพลังเวทย์ยังอ่อนปวกเปียก
หึ ไม่ใช่เพราะเธอไขกุญแจไม่ได้นะ แต่เป็นเพราะคุณสมบัติของมนุษย์คนนี้ทำให้โหยวฝูรู้สึกพอใจ เธอเลยจะปล่อยเขาไปก่อน
มนุษย์ วันนี้เราจะปล่อยนายไปก่อนก็แล้วกัน แต่พรุ่งนี้นายได้ตายแน่!
โหยวฝูอาบน้ำอย่างเคือง ๆ แล้วขึ้นเตียงอย่างเคือง ๆ จากนั้นก็หลับไปในพริบตา
ไม่นานหลังจากนั้น ก็มีคนผลักประตูห้องนอนแขกเข้ามา
ซางจิ่งเหยียนเดินมาที่ข้างเตียง มองดูมารน้อยผู้ไร้เดียงสาที่นอนแผ่หลาไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขาก็วางใจ
สัตว์ตัวเล็ก ๆ บางตัวพอมาเจอสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ก็จะนอนไม่หลับ หามุมเล็ก ๆ หลบซ่อนตัว
ดูท่ามารน้อยคงไม่เป็นแบบนั้น
เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเก่งมาก
ซางจิ่งเหยียนดึงมุมผ้าห่มมาคลุมสะดือเล็ก ๆ ของโหยวฝูไว้
เขาจากไปอย่างเงียบเชียบ เหมือนตอนที่มา
ซางจิ่งเหยียนกลับไปที่ห้องนอนตัวเอง ก่อนจะปิดไฟเขาก็พบว่าเลยเวลานอนที่ตัวเองกำหนดไว้แล้ว
นิสัยการใช้ชีวิตที่มีวินัยอย่างเคร่งครัดถูกทำลายเป็นครั้งแรก ซางจิ่งเหยียนรู้สึกเคว้งคว้างเล็กน้อย
......
