เฟิงเย่เล่าที่มาที่ไปอย่างตะกุกตะกัก
เฉิงฉี่และซ่งหานจวินฟังแล้วก็รู้สึกงงๆ เช่นกัน
ยังจับจุดไม่ถูกว่าโหยวฝูไม่ชอบอะไรตรงไหน
“หลังจากเธอรู้ว่าผมรู้ว่าเธอแอบชอบผม เธอก็เกลียดผมมาก”
เฟิงเย่บีบแก้วไวน์ แก้มแดง กะพริบตาปรือ “ผมน่าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เหรอ”
เฉิงฉี่และซ่งหานจวินครุ่นคิด
......
วันรุ่งขึ้นหลังจากสร่างเมา เฟิงเย่ปวดหัวจนจะระเบิด เขาใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะนึกออกว่าเมื่อคืนเขาออกไปดื่มเพราะถูกโหยวฝูปฏิเสธ
มองดูแล้ว มันเหมือนกับว่าเขากำลังแอบชอบโหยวฝูเสียเอง มากกว่าจะเป็นในทางตรงข้าม
เมื่อคิดได้ดังนั้น จู่ๆ เฟิงเย่ก็นิ่งอึ้ง
ใบหน้าของโหยวฝูลอยวนเวียนอยู่ตรงหน้าไม่ขาดสาย
บางครั้งก็เป็นโหยวฝูที่จ้องมองเขาด้วยดวงตาสุกสกาวราวดวงดาวในยามแรกพบ
บางครั้งก็เป็นโหยวฝูที่แปลกตาเมื่อวานนี้ ตัวสั่นด้วยโทสะ งอนไปด้วยน้อยใจไปด้วย ตาแดงเจ่อ ดุร้ายจนน่าพรั่นพรึง
ต้องยอมรับว่า ตอนที่จู่ๆ โหยวฝูก็อาละวาดใส่เขาเมื่อวาน เฟิงเย่ตกใจมาก
จู่ๆ โหยวฝูก็แสดงนิสัยที่ต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากที่เขาเคยรู้จักมาต่อหน้าเขา มันทำให้เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง แต่หลังจากประหลาดใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาพักเลยด้วยซ้ำ เขากลับรู้สึกว่าโหยวฝูที่ทำท่าเขี้ยวลากดินก็น่ารักดีเหมือนกัน
เฟิงเย่จำวันที่โหยวฝูตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบได้อย่างแจ่มชัด จดจำได้ทุกรายละเอียด เขาเพิ่งตระหนักใจว่าความทรงจำในวันนั้นมันฝังลึกในสมองของเขามากขนาดนี้
