(กันไว้ก่อนนะคะ พ่อของฝูฝูต้องออกมาอยู่แล้ว จะกลับมาคืนดีกับคุณแม่ และจะเปิดโหมดหนุนหลังให้ฝูฝู แต่ส่วนที่พ่อแม่คืนดีกันจะแค่ผ่าน ๆ ไม่พัฒนาเป็นคู่รอง ส่วนตัวเจ้าคิดว่า การปรากฏตัวของพ่อแม่หรือแฟนของคุณแม่ไม่นับเป็นคู่รองนะคะ ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็ถือว่าฉันไม่ได้พูดละกัน... อีกอย่างพ่อต้องถูกทำโทษแน่ ๆ คุณแม่กับฝูฝูไม่มีทางยอมรับเขาในเร็ว ๆ นี้ แต่จะปฏิเสธไปพลาง ๆ แล้วก็รับทรัพยากรจากพ่อไปด้วย)
สุดท้ายเฮ่อชิงซ่งก็รับแหวนของโหยวฝู
โหยวฝูพออกพอใจมาก “ต่อไปตอนเราแต่งงานกันเธอต้องใส่ด้วยนะ”
เฮ่อชิงซ่งจนใจ “ถึงตอนนั้นมันคงเน่าไปแล้วล่ะ” เพราะมันสานจากหญ้า
พอพูดจบเขาก็หงุดหงิดเล็กน้อย ทำไมเขาถึงทำเป็นยอมรับไปแล้วว่าจะแต่งงานกับโหยวฝู ทั้งที่เรื่องมันยังไม่เห็นเค้าลางเลย
โหยวฝูได้ยินดังนั้นก็กำชับอย่างจริงจัง “งั้นเธอก็ต้องเก็บรักษามันให้ดียิ่งขึ้นสิ”
เฮ่อชิงซ่งอ้าปากจะบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เก็บรักษาดี ๆ แล้วจะเปลี่ยนอะไรได้ แต่ถูกดวงตาลูกหมาคู่นั้นจ้องเข้าให้ สุดท้ายเขาก็ได้แต่พยักหน้าอย่างถูกมนต์สะกด
ตกเย็น เฉินอิงหลันขอให้โหยวฝูอยู่กินข้าว “คุณปู่ของชิงซ่งใกล้กลับมาแล้ว จะเอาปลาสด ๆ มาด้วย คุณยายตุ๋นซุปปลาให้หนูกินดีไหม”
โหยวฝูนึกภาพซุปปลาสีขาวน้ำนมหอมมัน แล้วกลืนน้ำลายแต่ก็ปฏิเสธ “ขอโทษนะคะคุณยาย หนูต้องไปกินข้าวเย็นกับคุณแม่ค่ะ” เธอเขย่าช่อดอกไม้ในมือเร็ว ๆ “คุณยายบ๊ายบาย ฝูฝูจะคิดถึงคุณยายนะคะ”
เด็กหญิงตัวน้อยอุ้มช่อดอกไม้ใหญ่เดินจากไป เฉินอิงหลันกังวลเดินตามไปสองก้าว “จะให้เสี่ยวหลิวไปส่งฝูฝูไหม อันตรายนะระหว่างทาง”
ความจริงสภาพความปลอดภัยของฮิวลิงตันดีมาก เฉินอิงหลันแค่เป็นห่วงเลยคิดมากไป
ตอนโหยวฝูถึงหน้าประตูบ้าน โหยวอี่โหรวรออยู่ที่ประตูแล้ว
แม้ครั้งนี้โหยวฝูออกไปข้างนอกจะบอกโหยวอี่โหรวแล้ว แต่หล่อนก็ยังวางใจไม่ได้ พอถึงเวลานัดหมายก่อนหนึ่งเค่อก็ออกมามองไกล ๆ
แล้วหล่อนก็เห็นเบบี๋ที่น่ารักที่สุดในโลกถือช่อดอกไม้วิ่งมาหาหล่อน
