บทที่ 7 ตระกูลเฉา รุ่งเรืองดุจตะวันกลางฟ้า
เห็นผมไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ อาจารย์เตียงก็ยิ้มกล่าวว่า “ผมไม่ได้ล้อเล่นจริง ๆ ได้ยินมาว่าเมื่อเก้าชั่วอายุคนก่อน ตระกูลเฉาก็เป็นแค่เจ้าที่ดินเล็ก ๆ เท่านั้น”
“แต่ตั้งแต่คนรุ่นนั้นเป็นต้นมา ประมุขตระกูลเฉาในเวลานั้นก็วางกฎประจำตระกูลไว้ว่า ‘ทำความดีวันละหนึ่ง’ โดยบอกว่าต้องการสะสมบุญกุศลไว้ให้ลูกหลาน”
“ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะทำถูกทางจริง ๆ นับแต่นั้นมาตระกูลเฉาก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ ถึงกับมีคนได้เป็นขุนนางใหญ่ในอีกสองชั่วอายุคนถัดมา”
“คำโบราณว่าไว้ รวยได้ไม่เกินสามชั่วอายุคน แต่ตระกูลเฉากลับเป็นข้อยกเว้น นับดูแล้วร่ำรวยต่อเนื่องมาครบเก้าชั่วอายุคนแล้ว!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเฉารุ่นที่เก้าในปัจจุบันยิ่งไม่ธรรมดา โดยเฉพาะช่วงสิบปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทะยานขึ้นฟ้าไปเลย ตอนนี้ตระกูลเฉาไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองเหมยอีกแล้ว กลุ่มบริษัทแซ่เฉามีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในประเทศและต่างประเทศ!”
“นี่แสดงให้เห็นว่าการทำความดีสะสมบุญกุศลมีประโยชน์จริง ๆ ที่ตระกูลเฉารุ่งเรืองถึงเพียงนี้ก็เพราะทำความดีไว้มาก ลูกหลานจึงได้รับผลบุญ แต่การทำความดีต่อเนื่องกันถึงเก้าชั่วอายุคนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาสมควรได้เสวยสุขแล้ว”
