วันนั้นตอนมาทำงาน เพื่อนร่วมงานต่างพูดคุยกันว่าแผนกจะไปเที่ยวที่ไหนช่วงปลายเดือน
ฉูซวงแปลกใจเล็กน้อย “ปลายเดือนมีวันหยุดพิเศษด้วยเหรอ?”
“ตอนฝ่ายบุคคลรับเธอเข้ามาไม่ได้บอกเหรอ? เป็นธรรมเนียมดี ๆ ของบริษัทเราน่ะ ทุกปีจะมีโอกาสไปเที่ยวโดยบริษัทออกค่าใช้จ่ายให้หนึ่งครั้ง บริษัทเราใหญ่เกินไป เลยให้แต่ละแผนกจัดกันเอง”
เหอฮวนพูดถึงแผนการเที่ยวอย่างตื่นเต้น “ไปทะเลกันเถอะ! ช่วงนี้ทะเลยังไม่ร้อน นักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะ พวกเราไปเก็บหอยริมทะเลแล้วกางเต็นท์กัน ใส่บิกินีถ่ายรูปสวย ๆ ด้วย!”
เพื่อนร่วมงานชายก็เห็นด้วย “ผมอยากลองเล่นกระดานโต้คลื่น แล้วก็อยากลองดำน้ำลึกด้วย ริมทะเลมีกิจกรรมทางน้ำตั้งเยอะ พวกเราไปลองให้ครบกันเลยเถอะ”
ทุกคนผลัดกันเสนอความเห็น ก่อนจะตกลงกันได้ในที่สุด
ตอนเที่ยง ฉูซวงลงไปรับอาหารที่สั่งไว้ พอเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็เหลือบเห็นรอยช้ำสีเขียวคล้ำเป็นวงตรงลำคอของโจวเหวินซวง เผยให้เห็นเพียงราง ๆ จนเธออดขมวดคิ้วไม่ได้
ตอนรับของกลับมา เธอหยิบเชอร์รีกำมือหนึ่งวางไว้ตรงหน้าโจวเหวินซวง
ฉูซวงอุ้มกล่องไว้ในอ้อมแขน “ซื้อมาเยอะเลย ลองชิมดูนะ”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะ”
ทั้งคู่เป็นเพียงคนรู้จักที่ทักทายกันบ้าง ฉูซวงแบ่งเชอร์รีให้เสร็จก็ขึ้นไปชั้นบน แค่คิดว่าต้องมองเธอนานกว่านี้ก็รู้สึกทนไม่ไหวแล้ว
เมื่อกลับถึงออฟฟิศ ฉูซวงแบ่งเชอร์รีให้เพื่อนร่วมงานพอดีได้ยินพี่สวีกับเหอฮวนกำลังคุยเรื่องโจวเหวินซวง เห็นได้ชัดว่าพวกเธอก็เห็นรอยบนตัวอีกฝ่ายเช่นกัน
“เฮ้อ ฉันได้ยินพี่ ๆ ชั้นหกพูดกันว่า เสี่ยวซวงถูกครอบครัวสามีรังแกเพราะยังไม่มีลูก ทั้งที่เป็นแบบนี้แล้วยังทนใช้ชีวิตอยู่ต่อได้ เธอช่างเป็นคนซื่อจริง ๆ”
