“ฉันดื่มเอง...”
พอเอ่ยปากก็พบว่าเสียงแหบพร่าจนแทบฟังไม่เป็นคำ เซิ่งถิงกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงป้อนซุปให้เธอทีละช้อนจนหมด
วางชามลงแล้ว เขาลองแตะหน้าผากฉูซวง ก่อนจะไปหยิบผ้าขนหนูอุ่น ๆ จากห้องน้ำมาประคบให้เธอ
เวลาทำสิ่งเหล่านี้ เขาลงมืออย่างเป็นระเบียบเงียบ ๆ ไม่พูดมาก
หลังดื่มรังนกน้ำตาลแดง ฉูซวงก็เริ่มง่วงงุน เปลือกตาหนักขึ้นทุกที ก่อนจะหลับไปอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น เธอรู้สึกว่ามือข้างหนึ่งสอดเข้ามาใต้ผ้าห่ม แล้ววางของอุ่น ๆ ลงบนท้องน้อย อาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยค่อย ๆ ทุเลาลงทีละนิด
คิ้วที่ขมวดมุ่นของเธอคลายออกช้า ๆ ใบหน้าอันงดงามเริ่มมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง ในขณะที่เซิ่งถิงก้มมองเธอเงียบ ๆ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
การนอนครั้งนี้ไม่ค่อยสงบนัก ฉูซวงตื่นขึ้นมากลางดึกครั้งหนึ่ง และเซิ่งถิงก็ยังคงเฝ้าอยู่ข้างเตียง
ท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียง คิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดเล็กน้อย ขนตากับสันจมูกทอดเงาอยู่บนใบหน้า ในมือมีเครื่องวัดอุณหภูมิแบบดิจิทัลที่เขากำลังตรวจดู
จากมุมที่ฉูซวงมอง แสงไฟส่องรับกับโครงหน้าคมคายของเขาพอดี แนวกรามชัดเจน ริมฝีปากบางเม้มแน่น สันจมูกได้รูปงดงาม
เบื้องหลังเขาคือห้องที่มืดสลัวและเงียบงัน มีเพียงโคมไฟดวงเดียวตรงหัวเตียงที่สาดแสงโอบล้อมทั้งคู่ไว้ในภาพเดียวกัน
ฉูซวงเพ่งมองใบหน้าด้านข้างนั้นอยู่นาน ไม่กะพริบตา ไม่รู้ว่าตัวเองตื่นดีหรือยังมีอาการงัวเงีย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน—หัวใจของเธอเพิ่งเจ็บแปลบขึ้นมา
ความรู้สึกปวดหนึบและอึดอัดเล็กน้อยที่แล่นผ่านกลางใจเพียงสองวินาที กลับทำให้ปฏิกิริยาทุกอย่างเชื่องช้าลง
