บ่ายวันหนึ่งที่ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอดโปร่ง ภาพ《ขุนเขาเรียงรายกับวิหคคราม》ในห้องวาดภาพของฉูซวงก็เสร็จสมบูรณ์เสียที ตอนประทับตราหินจูซาฉ่ำที่แกะสลักด้วยมือลงไป ความรู้สึกภาคภูมิใจในผลงานก็เอ่อล้นจนยากจะหาสิ่งใดเทียบได้
ฉูซวงชื่นชมภาพอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถ่ายรูปส่งให้คุณตา
พอผู้อาวุโสเสิ่นเห็นภาพ ก็รีบโทรศัพท์มาทันที “ไม่ได้เห็นเธอวาดภาพทิวทัศน์มานานแล้ว ก่อนหน้านี้ตายังกังวลว่าฝีมือจะไม่คล่องเหมือนเดิม ดูท่าตาจะคิดมากไปเอง”
“คุณตาว่าพอใช้ได้ไหมคะ?”
เสียงหัวเราะอย่างเปิดเผยของชายชราดังมาตามสาย “ศิษย์เหนือกว่าอาจารย์เสียแล้ว มีกลิ่นอายตอนตายังหนุ่มอยู่ไม่น้อย ไม่เสียแรงที่ตาเลี้ยงเธอมากับมือ”
ขุนเขาสีครามซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ด้วยสีอุลตรามารีนกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ สีสันจัดจ้าน ลายเส้นพลิ้วไหวอย่างอิสระแต่ก็แฝงความอ่อนช้อย เพียงมองแวบแรกก็สะดุดตากับพื้นสีครามสดตระการตา ครั้นมองอีกครั้ง ภูเขาไกล ๆ ที่พร่าเลือนราวกับถูกคลุมด้วยผ้าโปร่งก็ชวนให้นึกถึงความงามอันเลือนรางและลึกลับเกินบรรยาย
