หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ฉูซวงก็ยังคิดว่ามีบางเรื่องควรพูดกันให้ชัดเจน
“จริง ๆ แล้ว ก่อนแต่งงานฉันเคยคบกับใครคนหนึ่ง...”
“อืม”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ ฉูซวงเล่นแหวนที่นิ้วนางพลางเอ่ยอย่างระมัดระวัง “เขาเป็นหัวหน้าของฉัน ตอนเพิ่งเข้าบริษัทไปเป็นเด็กฝึกงาน ฉันเจอเรื่องไม่ค่อยดีบางอย่าง... คล้ายกับที่คนเขาเรียกกันว่าการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ตอนนั้นเขาช่วยฉันไว้มาก”
“เพราะซาบซึ้งใจ ฉันเลยคบกับเขาไปพักหนึ่งแบบงง ๆ จริง ๆ แล้วส่วนใหญ่แทบไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน เขาเป็นคนยุ่ง ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ลึกซึ้งนัก สุดท้ายก็เลิกกันเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ คบกันไปคบกันมาแค่สองเดือนเท่านั้น”
“จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรให้พูดมากหรอก ประสบการณ์มีน้อยเกินไป จนแทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าเคยมีความรัก เลิกกันก็คือเลิกกัน หลังจากนั้นก็แทบไม่ได้ติดต่อกันอีก แต่ฉันคิดว่าเรื่องนี้ควรบอกคุณไว้สักหน่อย”
ใบหน้าด้านข้างของคนขับรถเย็นชา แววตาสงบนิ่งเกินไป
“รู้แล้ว”
น้ำเสียงยังคงราบเรียบ ไม่มีอารมณ์ใดเจือปนแม้แต่น้อย
ฉูซวงเหลือบมองเขาอย่างเงียบ ๆ เดาไม่ออกว่าในใจคิดอะไรอยู่—หรือบางทีอาจไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้
เดิมทีเธอคิดว่าคงต้องอธิบายยืดยาว แต่ดูท่าตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้ว
เขาคงไม่สนใจเรื่องในอดีตของเธอ ขอแค่อย่ากระทบความสงบสุขตรงหน้าเขาก็พอ
เพลงในรถยังบรรเลงต่อไป ทว่าบรรยากาศภายในกลับเงียบงันอย่างประหลาด เธอไม่ได้รู้สึกเช่นนี้มานานแล้ว
ราวสิบห้านาทีผ่านไป เซิ่งถิงสังเกตเห็นว่าคนข้างกายเงียบไป จึงเหลือบมอง
