เฉาอวี่กลับไปแล้ว เพื่อนร่วมโต๊ะของไฉ่ซือซือก็เดินเข้ามาหา บอกว่าอยากสลับที่นั่งกับเธอ
ที่นั่งของเฉาอวี่อยู่ริมหน้าต่าง เวลามองกระดานจึงต้องเอียงคอเป็นประจำ ส่วนที่นั่งของไฉ่ซือซืออยู่ตรงกลาง ไม่มีปัญหานี้
พอคิดได้ดังนั้น เธอก็ตอบตกลงทันที
“ได้ งั้นพรุ่งนี้ค่อยย้ายกันนะ”
อีกฝ่ายดีใจมาก “ได้เลย”
ไฉ่ซือซือได้นั่งกับเฉาอวี่ ส่วนเธอจะได้นั่งกับฉูเว่ย แบบนี้ทุกคนก็ได้นั่งกับเทพแห่งการเรียน ต่างก็สมหวังกันถ้วนหน้า
แต่ฉูเว่ย หนึ่งในคนที่เกี่ยวข้อง กลับไม่ค่อยยินดีนัก
พออีกฝ่ายเดินไป เขาก็มองเฉาอวี่ด้วยแววตาหม่น ๆ
“จะเปลี่ยนที่นั่ง ทำไมไม่บอกฉันก่อน?”
เฉาอวี่ชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มของเขา
ฉูเว่ยเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ การเปลี่ยนที่นั่งย่อมส่งผลถึงเขาด้วย เธอควรปรึกษาเขาก่อนจริง ๆ
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉาอวี่จึงถามว่า “ฉันสลับที่นั่งกับหลิวช่านได้ไหม?”
“ไม่ได้”
เด็กหนุ่มปฏิเสธโดยไม่ลังเล
“แต่ฉันรับปากหลิวช่านไปแล้ว”
ฉูเว่ยมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไป “อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนเถอะ”
วันต่อมา เฉาอวี่กับหลิวช่านก็สลับที่นั่งกัน
ตอนเธอเข้ามาขนหนังสือ เห็นปากกาด้ามหนึ่งของฉูเว่ยตกอยู่บนพื้น จึงช่วยเก็บขึ้นมาให้ เด็กหนุ่มเหลือบมองอย่างเฉยชา
“ไม่เอาแล้ว ขอบใจ”
น้ำเสียงเย็นชากว่าปกติที่อ่อนโยนอยู่บ้าง
ตั้งแต่เมื่อคืน เขาก็ทำตัวห่างเหินกับเธออย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เฉาอวี่เม้มริมฝีปาก “ช่วงนี้ขอบคุณที่คอยดูแลนะ ขอบคุณ”
ฉูเว่ยตอบอย่างไร้อารมณ์ “เพื่อนเฉาเป็นที่ชื่นชอบของใคร ๆ ขนาดนั้น จะต้องให้ฉันดูแลตรงไหน?”
เฉาอวี่มองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปนั่งที่ใหม่โดยไม่พูดอะไร
จากที่นั่งของฉูเว่ย เพียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก็เห็นเธอพูดคุยอย่างสนุกสนานกับเพื่อนรอบข้าง
ดูเหมือนเธอจะยิ้มมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
เธอไม่อยากนั่งกับเขาขนาดนั้นเลยหรือ
เฉาอวี่คิดว่าฉูเว่ยแค่มีอารมณ์ไม่ดีในวันนั้น แต่ไม่คิดว่าเวลาบังเอิญเจอกันบนทางเดินในภายหลัง ต่อให้เธอทักเขาจากระยะไกล เขาก็ยังมีสีหน้าเรียบเฉย
ท่าทีที่แสดงออกชัดเจนว่าเจาะจงเย็นชากับเธอ
เธอลดมือลง รอยยิ้มค่อย ๆ จางหายไป
ในเมื่อเขาไม่อยากสนใจเธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องเอาใจไปให้เขาเมิน
