คนในอ้อมแขนอ่อนโยนดุจสายน้ำ จูบของเซิ่งถิงยังพอควบคุมได้ แต่เธอกลับไม่เห็นใจความอดกลั้นของเขาเลยสักนิด คล้ายกำลังหยั่งเชิงเขาอย่างลับ ๆ...
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและความระมัดระวังของเธอ ขมับของเซิ่งถิงก็กระตุกตุบ ๆ
เขาประคองไหล่เธอเบา ๆ แล้วผละออกมา สายตาเหลือบมองใบหน้าที่แต้มสีชมพูระเรื่อของเธอ ลำคอแห้งผาก ท้ายที่สุดจึงเบือนหน้าหนีแล้วจับมือเธอไว้
“ไปกันเถอะ”
เซิ่งถิงขึงสีหน้าแน่น ใบหน้าคมคายดูหนักแน่น ฉูซวงที่ลอบสังเกตเขาอยู่เงียบ ๆ อดประหลาดใจไม่ได้
ทำไมจู่ ๆ ถึงเงียบขรึมขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เธอไม่ได้ใส่ใจ มือสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนเดินเคียงข้างกันกลับบ้าน
ช่วงหลายวันนี้ทางใต้มีอากาศดี สายลมยามค่ำพัดผ่านใบหน้าให้รู้สึกสดชื่น หลังเดินเล่นกลับมา ทั้งคู่จึงอารมณ์ดีไม่น้อย
เมื่อกลับถึงบ้าน คนในครอบครัวกำลังกินของว่างมื้อดึกที่แม่ครัวทำไว้ สองสามีภรรยาร่วมกินกับทุกคนไปบ้าง ถึงเวลาเข้านอนแล้ว
หยวนหยวนตัวน้อยมองฉูซวงตาเป็นประกายอีกครั้ง อยากนอนกับคุณอาสาว แต่แม่ของเขาก็มองออก
“หนูนอนดิ้น ตอนกลางคืนจะรบกวนการนอนของคุณอานะจ๊ะ เด็กดี หนูโตแล้ว ต้องหัดนอนคนเดียวได้แล้ว”
เพิ่งได้ใกล้ชิดกับคุณอาสาวแค่คืนเดียว เด็กน้อยคิดว่าช่วงหลายวันนี้จะได้นอนกับเธอทุกคืน พอได้ยินแม่พูดเช่นนั้น แสงดาวในดวงตาก็ดับวูบลง เห็นแล้วฉูซวงทั้งสงสารทั้งขำ
“ไม่เป็นไรค่ะพี่สะใภ้ กลางคืนเขาเชื่อฟังดีนะคะ”
ใครบ้างจะไม่ชอบนอนกับเด็กน้อยตัวหอมเนื้อนุ่มกันล่ะ
เซิ่งถิงมองอยู่ข้าง ๆ โดยไม่พูดอะไร
พี่สะใภ้เป็นคนมีเหตุผล จะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าเด็กน้อยร้องจะนอนกับคุณอา ทำให้เขยต้องไปนอนห้องรับแขกเพียงลำพัง
