เมื่อฉูซวงออกมา ก็เห็นชายหนุ่มกำลังหลับตาพักผ่อนอยู่ข้างเตียง
เธอวางผ้าขนหนูลง ก่อนหยิบเทียนหอมมาจุดแล้ววางไว้ข้างเตียง
กลิ่นดอกเหมยเย็นหอมละมุน ล่องลอยห่างไกลและยาวนาน ช่วยปลอบประโลมจิตใจได้เป็นอย่างดี
เมื่อจัดการเทียนหอมเรียบร้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม
หัวใจเธอกระตุกเบา ๆ “ทำไมไม่เข้านอนก่อนล่ะคะ?”
แม้จะพิงหัวเตียงพักสายตา เขาก็ยังไม่ยอมเอนตัวลงนอน
“รอคุณอยู่”
ฉูซวงหลุบตาลง ถอดรองเท้าขึ้นเตียง เซิ่งถิงปิดไฟ เหลือเพียงแสงเทียนหอมข้างเตียงที่ไหวระริกอยู่ในความมืด
เธอล้มตัวลงนอน เซิ่งถิงก็เอนกายลงตาม
ปกติเวลานอน เขามักโอบเธอให้ขยับมาแนบชิด แต่คืนนี้กลับไม่มีท่าทีสนิทสนมเช่นนั้น
ฉูซวงแอบลืมตาข้างหนึ่งมองเขา สันจมูกของชายหนุ่มโด่งเป็นสัน แสงเทียนฉาบเงาด้านข้างใบหน้า ท่ามกลางความมืดชวนให้รู้สึกลึกลับราวกับมีหมอกบางปกคลุม
ทำให้คนอดอยากเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ ไม่ได้
ปกติกินไม่พูด นอนไม่คุย ทว่าเธอที่ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว คืนนี้กลับอยากชวนเขาคุยขึ้นมา
“เมื่อก่อนมีใครชมว่าคุณหน้าตาดีบ้างไหมคะ?”
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น “เป็นครั้งคราว”
ถึงกับเป็นครั้งคราวเชียว
ไม่รู้ว่าเขาถ่อมตัวเกินไป หรือคนรอบข้างตระหนี่คำชมกันแน่
