วันที่ผลสอบประจำเดือนครั้งแรกออกมา เฉาอวี่นั่งเหม่อลอยอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานาน
เธอได้อันดับ 7 ของชั้นปี
โรงเรียนกุ้ยอวิ๋นอีจงเป็นโรงเรียนเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานนับร้อยปี นักเรียนล้วนมีความสามารถโดดเด่น การสอบได้อันดับ 7 ในโรงเรียนที่เต็มไปด้วยยอดฝีมืออย่างอีจงนับว่าได้คะแนนสูงมากแล้ว ทั้งครูและเพื่อนร่วมชั้นต่างประหลาดใจในความสามารถของเฉาอวี่
เธอมาจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีทรัพยากรทางการศึกษาด้อยกว่ากุ้ยอวิ๋นมาก แต่กลับสอบได้อันดับ 7 ตั้งแต่ครั้งแรก ตามเหตุผลแล้วเธอควรจะดีใจ
ทว่าเฉาอวี่ได้ลิ้มรสความรู้สึกที่ว่าเหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า
เธอเคยเป็นที่หนึ่งของทั้งอำเภอ เป็นที่หนึ่งที่ไร้ข้อกังขาในทุกด้าน
คนที่เคยชินกับการเป็นที่หนึ่งย่อมยากจะยอมรับความแตกต่างนี้อย่างมีความสุข
ทำไมถึงสอบสู้คนอื่นไม่ได้? นี่คือเรื่องกลัดกลุ้มที่สุดของเด็กสาววัย 17 ปีอย่างเธอ
ฉูเว่ยเป็นที่หนึ่งของชั้นปี และเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ
เมื่อนึกถึงตอนที่เธอเคยพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่าตัวเองก็เป็นอัจฉริยะคณิตศาสตร์ แต่ครั้งนี้กลับทำคะแนนหายไป 10 คะแนน ขณะที่ฉูเว่ยได้คะแนนเต็มวิชาคณิตศาสตร์
เมื่อเฉาอวี่ตระหนักว่าคะแนน 140 ของเธอคือขีดความสามารถที่ทำได้ ส่วนที่ฉูเว่ยได้คะแนนเต็มเป็นเพราะข้อสอบมีเพียง 150 คะแนนเท่านั้น เธอก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมา
สวีจิ้งสือมองออกว่าเธอกำลังหดหู่ จึงปลอบอย่างไม่คิดอะไรมากว่า “อย่าเสียใจเลย ใครสอบได้แบบเธอก็รู้สึกแย่ทั้งนั้น”
“คราวหน้าก็พยายามใหม่ แพ้บ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินเอง”
เฉาอวี่: “……”
ปลอบคนกันแบบนี้หรือไง?
สวีจิ้งสือกล่าวต่อ “อีกอย่าง แพ้ฉูเว่ยไม่เห็นน่าอายเลย เขาครองบัลลังก์ที่หนึ่งมาหลายปี สมองไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไปอยู่แล้ว”
“จะแซงเขาน่ะยากหน่อย แต่ถ้าพยายาม เธอน่าจะแซงฉันได้ คราวนี้ก็ขอโทษด้วยนะ ฉันชนะเธอฉิวเฉียดไปไม่กี่คะแนน เลยได้อันดับสูงกว่าเธอหนึ่งที่”
เฉาอวี่ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ถ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ฉันจะหารถตู้สักคันขนคนมาจัดการนาย”
สวีจิ้งสือมองฉูเว่ยที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทีสบาย ๆ พลางว่า “ตอนนั้นฉันก็บอกแล้วว่าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามเขาเยอะ ๆ เธอบอกว่าเขาจะหลบคมเธอ ฉันว่า… อื้อ—”
