ฟ้าสว่างเต็มที่แล้ว เมฆบาง ๆ ลอยต่ำ กดทับจนชวนอึดอัด ราวกับเป็นสัญญาณนำของฝนที่กำลังจะตก
หกโมงครึ่ง บนทางด่วนรถราแล่นฉิวไร้อุปสรรค ผู้ดำเนินรายการในวิทยุจราจรเริ่มอ่านข่าวแต่เช้า รายงานเหตุการณ์สำคัญทั้งในและต่างประเทศของเมื่อวาน
ปกติเงินเหลือใช้ของหลี่อวี๋เอ๋อร์จะเอาไปลงทุนในตลาดหุ้น ปีนี้ตลาดไม่ดี หุ้นตัวเก่าติดดอยแน่นหนึบ
เธอคิดไว้ว่าถ้าวันไหนขายได้ทุนคืนก็จะขายทิ้ง
เพราะอย่างนั้นเวลาขับรถ เธอจึงเปิดฟังบทวิเคราะห์ตลาดอยู่เสมอ ภาวนาให้ถึงวันที่ขายได้ทุนคืนเสียที
ขึ้นรถแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย หลี่อวี๋เอ๋อร์ทำตามขั้นตอนก่อนพูดกับผู้โดยสารทั้งสองคนว่า “ขอยืนยันนะคะ รถไปสนามบินที่มีเลขท้าย **** ใช่ไหมคะ กรุณาคาดเข็มขัดนิรภัยด้วยค่ะ เราจะออกเดินทางกันแล้ว”
คนด้านหลังไม่มีใครสนใจเธอ
ชายคนนั้นพูดต่อว่า “ทำอะไรไม่ทำ ดันออกมาขับรถ ผมเห็นปกติก็สวยดีนี่ ถ้าไม่ไหวก็หาคนมาเลี้ยงสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนขับ กระเป๋าเดินทางของผมก็คงได้ยกเองแล้ว ในเมื่อเธอเป็นคนขับก็ให้เธอยกเองไปสิ เหนื่อยไม่ตายหรอก”
ฝ่ายหญิงยังเออออห่อหมกกับเขา “ใช่ ให้เหนื่อยตายไปเลย เดี๋ยวลงรถแล้วให้คะแนนแย่ ๆ รถดี ๆ ยังเอามาขับติ๊ดดี้ บ้านคงจนแล้วสินะ ไม่รู้ย้ายออกจากหมู่บ้านเราไปรึยัง สมควรแล้ว กรรมตามสนอง! ลูกชายบ้านฉันน่ารักจะตาย ไม่กัดคน แสนรู้และว่าง่ายแท้ ๆ เพราะเธอคนเดียวถึงต้องทรมานขนาดนั้น ฉันสงสารจะแย่แล้ว...”
หลี่อวี๋เอ๋อร์เร่งเสียงวิทยุขึ้นสองระดับ ตั้งใจไม่ฟังเสียงของคนสองคนด้านหลัง
ผู้หญิงคนนั้นหยิบมันฝรั่งทอดกรอบถุงหนึ่งออกจากกระเป๋าอย่างออกท่าทาง แล้วเริ่มกิน จงใจทำเศษมันฝรั่งให้กระจายไปทั่ว
หลี่อวี๋เอ๋อร์คิดในใจว่า เงินค่าล้างรถห้าสิบหยวนคงปลิวไปแล้ว
เที่ยวนี้ซวยจริง ๆ ...
แต่เรื่องซวยยังไม่จบแค่นั้น คนด้านหลังหยิบน้ำผลไม้ออกมา แล้วก็ “เผลอ” ทำหกใส่เบาะหนังแท้ของเธอ
ท้องฟ้ายิ่งมืดครึ้มลง สะท้อนอารมณ์ของหลี่อวี๋เอ๋อร์ในตอนนี้ เธอทนไม่ไหวแล้ว
เธอเปลี่ยนเลน ชะลอรถ แล้วจอดลงบนไหล่ทางฉุกเฉินทันที จากนั้นหยิบผ้าเช็ดรถลงไป เปิดประตูเบาะหลัง เช็ดน้ำผลไม้ที่หกใส่เบาะเมื่อครู่
“คุณผู้โดยสารคะ เบาะรถของฉันเป็นหนังวัวชั้นหนึ่ง ถ้าโดนน้ำจนชุ่มก็จะเสียหาย ถ้าเสียหายขึ้นมา คุณต้องชดใช้ตามราคานะคะ”
ผู้หญิงคนนั้นไม่ยอม “พวกเราต้องรีบไปขึ้นเครื่องเช้า คุณมีสิทธิ์อะไรถึงจอดรถ จะร้องเรียนคุณก็ได้นะ”
ตอนนี้พวกเขาอยู่บนไหล่ทางฉุกเฉินของทางด่วนไปสนามบิน
หลี่อวี๋เอ๋อร์เองก็ไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว “พวกคุณเป็นผู้โดยสาร ฉันเป็นคนขับ ถ้าไม่อยากนั่งรถก็ลงไปตอนนี้ได้เลย ตอนแรกพวกคุณกินมันฝรั่งทอดกรอบ ฉันยังทนได้ อย่างมากก็จ่ายค่าล้างรถห้าสิบหยวน เอารถไปดูดฝุ่นสักรอบ
“แต่พวกคุณยังทำน้ำผลไม้หกใส่รถฉันอีก รถคันนี้ราคาหนึ่งล้านห้าแสนหยวน สีภายในก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเลือก ไม่ได้ถูก ๆ เลยนะ พอน้ำผลไม้หกใส่ก็ทั้งเปื้อนสีทั้งทำให้หนังบวม คุณคิดว่าฉันจะไม่เรียกค่าเสียหายจากพวกคุณเหรอ?
“ตอนนี้แพลตฟอร์มเรียกรถออนไลน์ใช้ชื่อจริงกันหมด คิดว่าพวกคุณจะหนีรอดไปได้หรือไง?
“ตั้งแต่พวกคุณขึ้นรถมา ฉันก็ได้ยินทุกอย่างที่พูดแล้ว ฉันขับรถหาเงินเลี้ยงชีพ ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ฉันนอนอยู่โรงพยาบาล ฉันหาเงินมาจ่ายค่ารักษาไม่ไหว ฉันจำเป็นต้องอดทนรับงานของพวกคุณแบบนี้ด้วยเหรอ?”
หญิงสาวยังอยากพูดอะไรต่อ
ชายคนนั้นมองรถที่แล่นฉิวผ่านไปมา มองท้องฟ้าที่มืดครึ้มลงเรื่อย ๆ แล้วมองผมของหลี่อวี๋เอ๋อร์ที่ถูกลมแรงพัดจนยุ่งเหยิง สุดท้ายเขาก็ข่มอารมณ์เดือดดาลของภรรยาเอาไว้
“คุณครับ ภรรยาผมแค่กำลังไม่พอใจ คุณเป็นผู้ใหญ่ใจกว้างหน่อย พวกเรารีบจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคงไปสนามบินไม่ทัน เอาอย่างนี้ ผมจ่ายค่าทำความสะอาดให้คุณห้าร้อยหยวน คุณไปส่งพวกเราที่สนามบินก่อนเถอะ”
หลี่อวี๋เอ๋อร์ก็ไม่ยอมอ่อนข้อ
ลมแรงด้านนอกพัดกระหน่ำจนผมของเธอปลิวไปด้านหลัง แต่ในเวลานี้ใจของเธอกลับสงบนิ่ง “กรุณาสแกนจ่ายค่าทำความสะอาดให้ฉันก่อนค่ะ”
เธอยื่นคิวอาร์โค้ดไปให้
ชายคนนั้นไม่คิดเลยว่าหลี่อวี๋เอ๋อร์จะบีบให้พวกเขาจำยอมกลางทางด่วนในเวลาแบบนี้
เดิมทีเขาคิดว่าแค่พูดไปอย่างนั้น ถึงเวลาไม่จ่าย เธอจะทำอะไรพวกเขาได้
แต่ตอนนี้เมื่อพูดออกไปแล้ว ก็ได้แต่ยอมรับว่าตัวเองซวย
เขาจ่ายเงินให้หลี่อวี๋เอ๋อร์อย่างไม่เต็มใจ แล้วเร่งให้เธอออกรถ
ท้ายที่สุดหลี่อวี๋เอ๋อร์ก็ทำใจทิ้งพวกเขาไว้บนทางด่วนไม่ลง จึงกลับไปนั่งที่คนขับ คาดเข็มขัดนิรภัย แล้วขับรถออกเดินทางต่อ
หลี่อวี๋เอ๋อร์เตือนตัวเองว่าโมโหขณะขับรถเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
ตอนนี้เธอไม่เหมือนสมัยเป็นคุณนายอีกแล้ว ที่ยังมีเวลาสำรองให้ตั้งตัว
ถึงแม้เธอไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูลูกชาย เพราะสามีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของลูก
แต่เธอยังต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของแม่
ถ้าเธอล้มลงไปอีกคน แม่ของเธอก็จะไม่มีใครดูแล
อู้ยี้จ้านทำกับเธอได้ถึงขนาดนี้ คงไม่คิดจะมีน้ำใจกับแม่ของเธอเช่นกัน เธอยังกลัวด้วยว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทรัพย์สินของแม่อาจถูกเขาฮุบไปด้วย
ครอบครัวเดิมของเธอไม่ได้แย่นัก แม่ก็น่าจะมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย บ้านที่ซื้อเป็นเรือนหอราคาสามสิบล้านหยวน พ่อแม่ของเธอก็ช่วยออกเงินดาวน์ไปเจ็ดล้านหยวน
เพียงแต่หลังจากพ่อป่วยและจากไป แม่ก็มีเธอคอยดูแลมาตลอด
อู้ยี้จ้านมีรายได้สูง ค่าใช้จ่ายในการรักษาแม่จึงเป็นเขาที่รับผิดชอบ เดือนละสองหมื่นหยวน จะว่ามากก็ไม่มาก จะว่าน้อยก็ไม่น้อย
เงินก้อนนี้หักออกจากเงินใช้จ่ายส่วนตัวเดือนละห้าหมื่นหยวนของเธอ โดยอู้ยี้จ้านเห็นชอบแล้ว
แต่ถึงจะเป็นเงินที่เอาไปใช้กับแม่ของตัวเอง และจำนวนก็ไม่น้อย เธอก็ยังขอความเห็นจากสามีอยู่ดี
ที่จริงบัญชีนี้ก็คิดไม่ยาก
แม่ของเธอไม่ได้เอาเปรียบอู้ยี้จ้านเปล่า ๆ
ในบ้านมีลูกสาวอย่างเธอแค่คนเดียว ต่อไปทรัพย์สินกับเงินเก็บพวกนี้ก็ยังตกทอดให้ลูกสาวกับหลานชายไม่ใช่หรือไง
นี่ก็เป็นเหตุผลที่อู้ยี้จ้านยอมจ่ายเงิน
อย่างน้อยลูกสาวกับลูกเขยเป็นคนจ่ายค่ารักษาให้แม่ยาย แม่ยายก็สบายใจและอาจมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น อีกทั้งเดิมทีแม่ยายก็มีเงินบำนาญไม่น้อย รายรับรายจ่ายพอคิดบัญชีกันได้
พอนึกถึงแม่ หลี่อวี๋เอ๋อร์ก็รู้สึกมีพลังขึ้นมาเต็มเปี่ยม
อายุยังไม่ถึงสามสิบ แต่เธอก็อยู่ในวัยที่มีทั้งพ่อแม่สูงอายุและลูกเล็กให้ดูแล ไม่อาจทำอะไรตามใจได้จริง ๆ
หลังจากโวยวายกันจบ คนสองคนด้านหลังก็ไม่กินอะไรอีก พวกเขาง่วงแล้วจึงเริ่มหลับไป ในรถเงียบสงบขึ้นอย่างหาได้ยาก
ลมแรงด้านนอกพัดพาหยาดฝนกระแทกกระจกดังเปาะแปะ ทว่าในรถกลับดูสงบลงมาก วิทยุรายงานว่าตลาดหุ้นวันนี้ หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กับหน่วยความจำยังพุ่งขึ้นแรง ส่วนหุ้นตัวเก่าก็ยังซึมกะตายเหมือนเดิม
สภาพซึมกะตายนั้นเหมือนชีวิตแต่งงานของเธอไม่มีผิด
สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นหลักพึ่งพาอันมั่นคง ตอนนี้กลับกลายเป็นการติดดอยอย่างหนัก
ชีวิตแต่งงานก็เหมือนหุ้นที่เธอซื้อเอาไว้ตอนราคาสูง หากจะขายออกก็ต้องยอมขาดทุนยับเยิน พอแบ่งทรัพย์สินกันก็เจ็บหนักจนแทบหมดแรง
ถ้ายังไม่ขาย ก็เหมือนยังมีโอกาสกลับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดได้ทุกเมื่อ
บางทีความรักระหว่างเธอกับอู้ยี้จ้านอาจกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ก็ได้
ตอนนี้หลี่อวี๋เอ๋อร์ยังมองโลกในแง่ดีอยู่
อย่างไรเสียทั้งสองคนก็รักกันมาหลายปี แถมยังมีลูกชายน่ารักอีกคน
ที่เธอออกมาหาเงิน อย่างหนึ่งก็เพราะถูกบีบ อีกอย่างก็เพราะคิดว่าบางทีตัวเองอาจกระโดดออกจากบ่อมาดูโลกภายนอกได้ ว่าตัวเองไร้ประโยชน์อย่างที่อู้ยี้จ้านพูดจริงหรือเปล่า
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เธอก็ค่อยกลับไปใช้ชีวิตในบ่อต่อก็ได้
อีกอย่าง อู้ยี้จ้านก็หาเลี้ยงครอบครัวได้
บางทีนี่อาจเป็นความมั่นใจของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วก็ได้
ลึก ๆ ในใจ เธอก็กลัวว่าตัวเองจะเหมือนกบที่ถูกต้มในน้ำอุ่น ต้มไปต้มมา สุดท้ายก็สุกโดยไม่รู้ตัว
เพราะอย่างนั้นเธอจึงไม่ยอมอ่อนข้อให้อู้ยี้จ้าน ในใจยังมีไฟคุกรุ่นอยู่
ฝนตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทัศนวิสัยลดลง หลี่อวี๋เอ๋อร์จำเป็นต้องขับช้าลง แล้วเปิดไฟฉุกเฉินเตือนรถคันอื่น
ด้วยจิตใจที่พร้อมบริการ หลี่อวี๋เอ๋อร์ยังคงช่วยยกกระเป๋าของพวกเขาลงจากรถอย่างสุภาพ ก่อนอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ!
เธอกลับมาที่รถอย่างเหนื่อยล้า แล้วค้นหาเครื่องบันทึกเสียงที่อยู่ในรถออกมา
เครื่องบันทึกเสียงนี้เธอเตรียมไว้ให้ตัวเองหลังเริ่มขับรถติ๊ดดี้
หลัก ๆ ก็เพื่อให้มีหลักฐานเพิ่ม หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อครู่ถ้าสองคนนั้นให้คะแนนแย่กับเธอจริง ๆ เธอก็จะส่งบทสนทนาของพวกเขาให้ทางแพลตฟอร์ม อย่างน้อยก็ยื่นคำร้องชี้แจงได้
ดูเวลาแล้ว ยังเหลืออีกสิบนาที
หลี่อวี๋เอ๋อร์เปิดแอปเรียกรถ แล้วเข้าสู่โหมดรับงาน
จากนั้นเธอหยิบแปรงพลาสติกเล็ก ๆ กับที่โกยผงจากท้ายรถ มาทำความสะอาดเศษมันฝรั่งทอดกรอบบนเบาะหลัง
รถของเธอทั้งคันติดตั้งเบาะหนังและพรมปูพื้นหนัง ทำความสะอาดจึงไม่ลำบากนัก
ไม่นานแอปของเธอก็มีงานเด้งเข้ามา
เดิมทีเธอเตรียมใจขับรถเปล่ากลับอยู่แล้ว แต่เพราะฝนตกหนัก กลับมีผู้โดยสารที่รีบใช้รถเข้ามาพอดี
ได้ผู้โดยสารกลับเข้าเมือง ไม่ต้องขับรถเปล่า หลี่อวี๋เอ๋อร์จึงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
หลี่อวี๋เอ๋อร์คิดในใจว่า ความอึดอัดในใจไม่มีอะไรเยียวยาไม่ได้ด้วยเงิน
ถ้ามี ก็แปลว่าเงินยังไม่พอ
งานต่อไปได้ค่ารถห้าร้อยเก้าสิบหยวน แถมยังไปหมู่บ้านหวงถิงอีกด้วย
อีกฝ่ายรีบใช้รถ จึงจ่ายเพิ่มสองร้อยหยวนจากค่าโดยสารสามร้อยเก้าสิบหยวน
สำหรับหลี่อวี๋เอ๋อร์แล้ว นี่เป็นข่าวดีมากจริง ๆ
ขามาสามร้อยเก้าสิบหยวน ขากลับห้าร้อยเก้าสิบหยวน บวกค่าทำความสะอาดห้าร้อยหยวน เช้าวันนี้เธอก็ได้เงินเกือบหนึ่งพันห้าร้อยหยวนแล้ว
แถมยังประหยัดเวลา พอถึงหมู่บ้านหวงถิง เธอก็กลับบ้านไปเริ่มทำงานอาชีพที่สองต่อได้เลย
หลี่อวี๋เอ๋อร์เก็บของอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นจัดผมที่ถูกลมพัดจนยุ่งให้เข้าที่ แล้วขับรถไปยังจุดรับผู้โดยสารเรียกรถออนไลน์ที่สนามบินกำหนดไว้
