“หอมเหลือเกิน! พวกเจ้าได้กลิ่นหรือไม่? เหมือนฟีโรโมนจากสตรีจะลอยออกมาจากตัวใครสักคน!”
“สตรีหรือ? ลูคัส ข้าว่าเจ้าคงคิดถึงสตรีจนเพ้อไปแล้วกระมัง ที่นี่มันดาวรกร้างนะ!”
พูดเป็นเล่นไปได้ สตรีจะมาที่บ้า ๆ แบบนี้ได้อย่างไร?
นอกจากเขตใจกลางที่ยังมีโรงเรียนทหารแห่งจักรวรรดิตั้งอยู่แล้ว ที่นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นดาวรกร้างขยะที่จักรวรรดิทอดทิ้ง
ไม่ต้องพูดถึงสตรีเลย หากไม่ใช่เพราะพวกเขามีภารกิจติดตัวมา ก็คงไม่คิดจะมาที่นี่ด้วยซ้ำ
ท่ามกลางป่าอันรกทึบ เงาร่างสูงใหญ่กำยำหลายร่างพุ่งผ่านพุ่มไม้ ทว่าขณะผ่านต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่ง ดูเหมือนพวกเขาจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
มนุษย์สัตว์เพศชายที่ชื่อว่าลูคัสได้ยินสหายเยาะเย้ย แววผิดหวังที่แทบสังเกตไม่เห็นวาบผ่านดวงตา ใช่แล้ว สตรีจะมาที่ดาวขยะได้อย่างไร เขาคงคิดเพ้อเจ้อไปเอง
เขาสะบัดศีรษะแรง ๆ พยายามสลัดจินตนาการที่ไม่อาจเป็นจริงออกจากห้วงความคิด
ทว่ากลิ่นฟีโรโมนของสตรีจาง ๆ ที่แตะปลายจมูกกลับคล้ายกำลังบอกเขาว่า เรื่องนี้มิใช่จินตนาการ!
เขาก้าวไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณสองสามก้าว กลิ่นหอมประหลาดที่อบอวลในอากาศกลับเข้มข้นขึ้น
กลิ่นน้ำนมหอมหวานละมุนเจือความเย้ายวนรุนแรง ราวกับยาพิษที่ทำให้ผู้คนเสพติด ชวนให้ลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาแทบอดใจไม่ไหว อยากตามหาต้นตอของกลิ่นหอมนี้เดี๋ยวนี้
“หัวหน้าหน่วย ข้ารู้สึกว่ามีสตรีตัวน้อยอยู่แถวนี้จริง ๆ แถมยังไม่ใช่สตรีธรรมดา มีโอกาสสูงว่าจะเป็นนักชำระล้าง!”
กลิ่นหอมประหลาดในอากาศนอกจากจะทำให้มึนเมาแล้ว เขายังรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันจางลงไปไม่น้อย แม้แต่ความกระสับกระส่ายในใจก็ค่อย ๆ สงบลง นี่มิใช่ความรู้สึกไปเองแน่นอน!
ความสามารถเช่นนี้ เขาเคยมีวาสนาได้สัมผัสจากนักชำระล้างชั้นยอดคนหนึ่งมาก่อน
มนุษย์สัตว์เพศชายที่เดินนำอยู่เบื้องหน้าได้ยินดังนั้น รูม่านตาพลันหดเล็กลง
เขารู้หรือไม่ว่ากำลังพูดอะไรอยู่?
สมาชิกคนอื่น ๆ ในหน่วยต่างมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง เจ้าหนูนี่ช่างกล้าคิดจริง ๆ!
“หากคุณหนูนักชำระล้างมาที่นี่ได้ ข้าจะบิดหัวตัวเองให้เจ้าเอาไปเตะเล่นเป็นลูกบอลเลย!”
มนุษย์สัตว์หมีสีน้ำตาลที่เยาะเย้ยเขาตั้งแต่แรกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
สิ้นคำ ทุกคนก็หัวเราะลั่น เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครเชื่อคำ “เพ้อเจ้อ” ของลูคัส
ดูท่าค่าพลังจิตของเขาคงอยู่ในระดับอันตรายมานาน จนสมองมีปัญหาเสียแล้ว
“เห็นทีช่วงนี้คุณชายลูคัสคงแบกรับความกดดันมากไปหน่อย พอภารกิจเสร็จ กลับดาวหลักเมื่อไร ข้าจะควักเงินซื้อหุ่นชีวภาพสตรีให้เจ้าสักตัว จะได้ระบายให้เต็มที่”
เวลานี้ มนุษย์สัตว์เพศชายอีกคนในหน่วย ผู้มีเกล็ดสีเทาเป็นแผ่นหนาบนแขน เอ่ยหยอกเย้า พลางเลียริมฝีปากราวกับกำลังรำลึกถึงบางสิ่ง
เมื่อได้ยินคำว่าหุ่นชีวภาพสตรีกับระบายความใคร่ คนอื่น ๆ ก็พากันยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างรู้กัน
เมื่อเห็นท่าทางของพวกเขา ลูคัสพลันรู้สึกร้อนใจขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แม้จะยืนยันไม่ได้เต็มร้อย แต่กลิ่นหอมประหลาดนี้ไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน!
“หัวหน้าหน่วยก็รู้ดีนี่ ตลอดหลายปีมานี้ประสาทรับกลิ่นของข้าเคยพลาดเมื่อใด? หากไม่มั่นใจจริง ข้าจะกล้าพูดพล่อย ๆ ได้อย่างไร?”
น้ำเสียงหนักแน่นของเขาทำให้มนุษย์สัตว์เพศชายที่เดินนำอยู่ขมวดคิ้ว
ลูคัสเป็นมนุษย์สัตว์ตระกูลสุนัข ประสาทรับกลิ่นของเขาไวเป็นพิเศษ นับตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยขึ้นมา ประสาทรับกลิ่นของเขาไม่เคยมีปัญหาแม้แต่ครั้งเดียว
หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง...หัวหน้าหน่วยไม่กล้าคิดต่อ ความสำคัญของนักชำระล้างนั้นยิ่งใหญ่นัก หากได้ผูกมิตร ต่อให้เพียงได้ทำความคุ้นเคยก็นับว่าดีแล้ว แต่คุณหนูนักชำระล้างจะมาดาวบ้า ๆ แห่งนี้ได้อย่างไร?
สามัญสำนึกในชีวิตทำให้เขาไม่กล้าเชื่อคำพูดของลูคัส ทว่าลึก ๆ ก็อดวาดหวังอย่างเพ้อฝันไม่ได้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้นมาแล้ว ก็ยากจะสลัดมันทิ้ง
เขาหรี่ตา กวาดมองพุ่มหญ้าโดยรอบอย่างละเอียด
แม้เขาจะไม่เชื่อเพียงเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของลูคัสว่าคุณหนูนักชำระล้างจะอยู่ในสถานที่บ้า ๆ แห่งนี้จริง แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางไม่ให้เขาลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อความเป็นไปได้หนึ่งในหมื่น
เมื่อเห็นหัวหน้าหน่วยทำเช่นนั้น คนอื่น ๆ ก็เริ่มมองไปรอบด้านเช่นกัน
ส่วนลูคัสปลดปล่อยร่างพลังจิตของตนออกไปสำรวจส่วนลึกของป่าโดยตรง
“ซ่า...ซ่า...”
ทันใดนั้นเอง เสียงแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ทางซ้ายมือ
ร่างพลังจิตของลูคัสตั้งหูขึ้น รับรู้เสียงได้อย่างฉับไว ก่อนพุ่งทะยานไปยังต้นเสียงด้วยความเร็วปานสายฟ้า
ซูหลิงซีที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ยกมือตบหน้าผากอย่างหงุดหงิด เหตุใดถึงเผลอทำเสียงดังออกมาได้ นางระวังตัวมากพอแล้วแท้ ๆ แต่ไม่รู้ว่าร่างกายนี้ผ่านอะไรมาก่อน เรี่ยวแรงจึงร่อยหรออย่างหนัก ตอนนี้แม้แต่จะลุกขึ้นยังลำบาก
ถูกต้อง นางมิใช่เจ้าของร่างเดิม แต่เป็นนักศึกษาหญิงที่เพิ่งทะลุมิติมาจากดาวสีน้ำเงิน
เมื่อครู่ก่อนนางยังขี่รถไฟฟ้าคันเล็กที่เพิ่งซื้อมา ข้ามถนนอย่างมีความสุข ทว่าพริบตาต่อมากลับทะลุมิติมายังสถานที่บ้า ๆ แห่งนี้
ความทรงจำช่วงสุดท้ายหยุดอยู่ตรงที่นางถูกรถบรรทุกคันใหญ่ซึ่งเสียการควบคุมพุ่งชนเข้าอย่างจัง
เอาเถอะ คราวนี้นางคงได้เคราะห์ร้ายอย่างแท้จริงแล้ว
แต่ใครก็ได้ช่วยบอกนางที ที่นี่มันที่ไหน เหตุใดต้นไม้ใบหญ้าจึงสูงใหญ่ขนาดนี้?
พืชพรรณดกหนายิ่งกว่าในป่าแอมะซอนเสียอีก
พืชพรรณจะสูงใหญ่ดกหนาก็ช่างเถิด แม้แต่คนก็ยังเป็นเช่นนั้น
การได้ยินของนางนับว่าไม่เลว บทสนทนาของคนเหล่านั้นเมื่อครู่ นางได้ยินแทบทั้งหมด
เดิมทีนางคิดจะเข้าไปพูดคุยกับคนท้องถิ่นเหล่านั้น เพื่อทำความเข้าใจโลกนี้ให้เร็วที่สุด แต่พอแอบมองเห็นหน้าตาของพวกเขา นางก็รีบล้มเลิกความคิดนั้นทันที
พวกเขาไม่ใช่แค่รูปร่างกำยำล่ำสันเท่านั้น หากจะพูดให้ถูก พวกเขาไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ
ดูคล้ายมนุษย์สัตว์ที่เกิดจากการผสมระหว่างสัตว์ป่ากับมนุษย์!
โดยเฉพาะชายที่มีเกล็ดสีเทาเป็นแผ่นเต็มแขน แม้แต่ด้านข้างใบหน้าก็ยังมีเกล็ดขรุขระ ดูคล้าย “มังกรโคโมโด” อะไรนั่น!
ต้องยอมรับว่านางเดาถูกจริง ๆ
เดิมทีนางคิดว่าจะรอให้พวกเขาจากไปก่อน แล้วค่อย ๆ หาทางสำรวจที่นี่ด้วยตัวเอง ใครจะรู้ว่ายิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล พอได้ยินจนถึงท้ายที่สุด นางก็ทนอยู่เฉยต่อไปไม่ไหว คนกลุ่มนี้พูดถึงสตรี...แล้วสตรีที่ว่าก็คงหมายถึงนาง!
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ นางก็รีดเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมด เตรียมหลบเข้าไปในพุ่มไม้เงียบ ๆ
ใครจะรู้ว่าสุดท้ายกลับทำเสียงดังจนได้
นางไม่สนใจสิ่งอื่นแล้ว ใช้ทั้งมือทั้งเท้าคลานกลิ้งเข้าไปซ่อนในพุ่มไม้ด้านหลัง
ทันทีที่นางเข้าไปในพุ่มไม้ได้สำเร็จ สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวมหึมาก็พุ่งมาถึงข้างพุ่มไม้ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ
“โฮ่ง ๆ ๆ...”
วินาทีถัดมา สุนัขเยอรมันเชพเพิร์ดเห่ามาทางตำแหน่งที่นางซ่อนอยู่ เสียงเห่านั้นทั้งร่าเริงและตื่นเต้น
ราวกับกำลังบอกว่า “มนุษย์เอ๋ย ข้าเจอเจ้าแล้ว!”
ซูหลิงซีไม่เข้าใจภาษาสุนัข แต่ก็รู้ว่ามันเห่าเพื่อบอกอะไร
ซวยแล้ว ซวยแล้ว ถูกพบเข้าแล้ว!
ในใจนางตื่นตระหนกอย่างหนัก แทบอยากหารอยแยกบนพื้นแล้วมุดหนีเข้าไปเสียเดี๋ยวนี้
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ นางทำได้เพียงซ่อนตัวให้มิดชิด แล้วภาวนาให้คนกลุ่มนี้สายตาไม่ดี
ลูคัสมีใจเชื่อมโยงกับร่างพลังจิตของตน เมื่อมันจับภาพเงาร่างงดงามนั้นได้ ทั้งยังได้กลิ่นฟีโรโมนเข้มข้นชวนให้ลุ่มหลง ลูคัสก็ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้นทันที
“สตรี! มีสตรีอยู่จริง ๆ!”
เสียงของเขาสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
กล่าวจบ เขาก็อดรนทนไม่ไหว ไม่รอให้คนอื่นตอบสนอง รีบออกวิ่งสุดฝีเท้าไปยังทิศทางที่ร่างพลังจิตของตนอยู่
มนุษย์สัตว์เพศชายที่เดินนำอยู่ได้ยินชัดเจนแล้วนิ่งงันไปหนึ่งวินาที ทว่าก็เพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง ในชั่วขณะที่ลูคัสพุ่งออกไป เขาก็ไหวกายตามไปอย่างรวดเร็ว
อีกสามคนที่เหลือเห็นดังนั้น ต่างสบตากัน ก่อนจะตามไปด้วย
พวกเขาเองก็อยากเห็นนักว่าสตรีที่ลูคัสพูดถึงนั้นแท้จริงแล้วเป็นตัวอะไรกันแน่!
